เอนทรี่ระบาย + ไขข้อข้องใจ
posted on 05 Nov 2009 02:42 by sarrenเอนทรี่นี้จะไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว อะไรที่ยังไม่เคยพูดจะพูด อะไรที่พยายามบอกไปอ้อมๆจะขอพูดมันตรงๆ เอาให้จบมันวันนี้เลย แล้วหลังจากนี้อย่าเข้ามายุ่งกันอีกเลยนะคะ
เอนทรี่ก่อนเราได้พูดถึงคนๆนึงไป พูดว่าเขาทำอะไร ตามมายังไง และโทรจิกๆๆๆแบบที่เรียกได้ว่าคุกคามแค่ไหน (ถ้าจำไม่ได้ กลับไปอ่านที่เอนทรี่ก่อนค่ะ) แล้วเมื่อวานนี้เราก็ได้พูดคุยกับเธออีกครั้ง ได้พูดกันในระหว่างที่คุย msn กับพี่ที่รู้จักอีกคนนึงซึ่งก็โดนมาเช่นกัน แล้วระหว่างที่คุยๆกันอยู่พี่เขาก็บอกกับเราว่าเธอคนนั้นโทรมา และเมื่อรับสายปุ๊บ ก็เจอกับคำขอโทษของเธอ ที่ว่าเธอไม่เคยรู้เลยว่าทำให้พี่เขารำคาญ (อยู่ๆก็ถือวิสาสะเข้ามาอยู่ในบูธเอง เข้ามาแล้วก็ไม่ยอมไปไหน นั่งคั่นคนอื่นๆที่เขาสนิทกันจะคุยกัน เอากระเป๋ามาจองที่ตัวเอง เดินไปนั่งที่บูธเขาก่อนเริ่มงานทั้งที่ยังไม่ได้ขอ มาอยู่ที่บูธก่อนเจ้าของเขาจะมาด้วยซ้ำ ตามไปกินข้าวด้วยทั้งที่ไม่ได้ชวน ทั้งหมดนี้คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะ) บอกว่าขอโทษ ขอโทษจริงๆ แล้วจะไม่ทำอีกแล้ว เรากับพี่เขาที่ยังคุยกันอยู่ผ่านหน้าจอ msn ก็ไม่รู้จะทำยังไง แล้วเธอคนนั้นก็เอาแต่พูดวนเป็นแบบเดิมๆว่าขอโทษ จะไม่ทำแล้วจริงๆ เขาแค่อยากมีเพื่อน เพราะเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเลย ซ้ำยังถามอีกว่าการจะมีเพื่อนเนี่ยมันต้องใช้เวลานานด้วยเหรอ ซัก 5 ปี 10 ปีงั้นรึไง ถามแบบนี้...แสดงว่าคุณไม่เข้าใจจริงๆสินะคะว่าเพื่อนน่ะมันเป็นยังไง
คุณอยากจะเป็นเพื่อนกับใครคุณไม่จำเป็นต้องศึกษากันยันห้าปีสิบปีหรอกค่ะ แป๊บเดียวคุณก็เป็นเพื่อนกันได้ถ้าถูกคอกัน แต่ไม่ใช่ในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ เจอกันไม่กี่ครั้ง คุยกันไม่กี่คำ คุณจะคิดเอาเองว่าคุณสนิทชิดเชื้อกับอีกฝ่ายจนถึงขนาดที่ทำอะไรๆตามใจไม่ได้ค่ะ เคยสังเกตอีกฝ่ายมั้ยคะว่าเขารู้สึกยังไง หรือคุณเอาแต่พูดว่าไม่รู้ เพราะคุณไม่ได้ดู ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณตั้งใจจะเป็นเพื่อนเขาจริงๆหรือในเมื่อคุณไม่ได้สนใจความรู้สึกอีกฝ่ายเลย
จะเป็นเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องรู้จักกันนาน แต่จะให้สนิทมันต้องค่อยๆทำความรู้จักกันก่อนค่ะ
จริงๆเรารู้มาว่าสิ่งที่คุณเคยทำมันมากกว่านี้ อย่างเรื่องที่เอาชื่อพี่เขาไปอ้างมาก่อน ถือวิสาสะเอาของเขาไปแบบเนียนๆเพียงเพราะเขาบอกว่าของอันนั้นมีสองชิ้นแล้ว พอคุณเห็นว่าเขามีของสองชิ้นก็ฉวยเอาไปโดยไม่ถามเลยเหรอ เจ้าของเขาบอกก่อนหรือเปล่าว่าจะให้? สิ่งเดียวที่ยั้งทั้งเราทั้งพี่เขาไว้ไม่ให้ว้ากใส่คุณมาหลายรอบคือคำว่าความเกรงใจเพียงคำเดียว ขอให้จำไว้ให้ขึ้นใจด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าเราพอใจกับการกระทำของคุณและเห็นว่าคุณเป็นเพื่อน สิ่งที่ทำให้เรายั้งปากไว้คือผู้ปกครองของคุณที่มาด้วยกันเป็นเงาตามตัวค่ะ เพราะเป็นผู้ใหญ่ เราถึงยังเกรงใจ เรื่องบางเรื่องคุณควรจะมองให้ออกนะคะว่าเขาทำเพราะเต็มใจหรือทำไปเพราะมารยาทมันค้ำคอน่ะ
แล้วหลังจากที่คุณเอาแต่พูดถึงไดอะล็อกเดิมๆ คุณก็ไปเอาน้าของคุณมาพูดกับพี่เขาแทน ขอให้พี่เขาเข้าใจคุณว่าคุณเป็นยังไง แล้วให้พวกเราช่วยกันดู ขอโทษนะคะ นั่นคนของคุณ ทั้งฝั่งเราและเขาไม่ได้รู้จักกันมากขนาดที่จะเรียกว่าเพื่อนกันได้ด้วยซ้ำ คุณเข้าใจเอาเองอยู่ฝ่ายเดียว เราพยายามจะหนีคุณหลายต่อหลายครั้งแล้ว ถามว่าทำไมถึงไม่พูดตรงๆ ก็เพราะคุณผู้ปกครองที่อยู่ข้างหลังคุณนั่นแหละ หรือคุณอยากจะให้เราพูดว่า "เฮ้ ไม่ต้องตามมานะ เพราะคุณไม่ได้เป็นอะไรกับเรา เพื่อนก็ไม่ใช่" อย่างงั้นรึไง ที่ผ่านมานี่ทั้งพี่เขาทั้งเราอดทนกับคุณมาจนถึงที่สุดแล้ว คุณไม่เคยคิดถึงอีกฝ่ายเลย คุณโทรมาหาเรา พูดเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไรเลยเป็นเวลานานๆ พอเราไม่รับก็โทรจิกไม่หยุด คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่าเราอาจจะกำลังยุ่งอยู่เลยมารับสายไม่ได้ เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าตอนนั้นเราอาจกำลังพักผ่อนอยู่เลยไม่อยากถูกรบกวน คุณคิดถึงแต่ตัวเอง นึกถึงแต่ตัวเอง แล้วจะมาเรียกร้องคำว่าเพื่อนอะไรจากพวกเรา
พอมาถึงตอนนี้คุณเอาน้าของคุณมาพูด บอกให้เราเข้าใจคุณ แต่คุณไม่เห็นจะเข้าใจเรา เราไม่ใช่เพื่อนคุณ ไม่ได้สนิทกับคุณ ทำไมต้องทำให้ถึงขนาดนั้น อาจดูเหมือนใจร้าย แต่พวกเราเองก็อยากอยู่กันสงบๆกับคนที่สนิท แล้วคุณเอาน้ามาพูดแบบนี้พี่เขาจะทำยังไง ปฏิเสธผู้ใหญ่เหรอ ใจจริงพวกเราไม่อยากจะยุ่งกับคุณแล้วไม่ว่าทางไหน ที่เราต้องตกปากหาทางออกให้มันไม่ทำร้ายคุณมากเพราะน้าคุณค่ะ ที่พี่เขาทำได้เลยมีแค่ให้คุณอยู่ห่างๆ อย่าเข้ามาในบูธ หลังงานก็อย่าตามมา คุณก็ยังอุตส่าห์ถามว่างั้นคุยอยู่หน้าบูธได้ใช่มั้ย
คุณไม่ได้เข้าใจอะไรเลยจริงๆนั่นแหละ (แล้วที่เอาผู้ใหญ่มาพูดน่ะ ขอบอกไว้เลยนะคะว่ามันเรียกว่าคุกคาม)
ความหมายของการที่พวกเราบอกให้คุณอยู่ห่างๆคืออย่ามายุ่งกันอีก แต่เราพยายามพูดรักษาน้ำใจให้คุณมากที่สุดแล้ว ถึงได้บอกว่าให้ห่างออกไปหน่อย ทั้งที่จริงๆแล้วอยากให้คุณเลิกยุ่งกับเราใจแทบขาด ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยเข้าใจหน่อยเถอะ
แล้วหลังจากนั้นคุณก็โทรมาหาเราแทน พูดเหมือนกับที่พูดกับพี่เขาก่อนหน้านี้ ว่าขอโทษจริงๆ ขอโทษที่ทำให้รำคาญ และจะไม่ทำอีกแล้ว เราได้แต่นิ่งเงียบ คุณเห็นใช่มั้ยคะ คุณได้ยินเสียงถอนใจของเราหรือเปล่า หรือคุณไม่ได้สังเกตอะไรเลย เราอยากจะพูดออกไปว่าให้คุณเลิกยุ่งกับฉันซักที แต่เรามันโง่เองค่ะ โง่ที่ใจอ่อน โง่ที่แพ้เสียงขอโทษของคุณ โง่ที่บอกคุณไปว่าช่างมันเถอะ แล้วหลังจากนี้ห่างๆกันหน่อยแค่นั้น เราน่าจะพูดไปว่าเรารำคาญคุณมากแล้ว น่าจะพูดว่าเรากลัวเวลาคุณโทรมาไม่หยุดจนกว่าเราจะรับสาย น่าจะพูดว่าเราเบื่อที่ต้องมานั่งระแวงเสียงโทรศัพท์ว่าจะเป็นคุณโทรมาหรือเปล่า เราไม่ได้สนิทกับคุณนะคะ ถ้าคุณไม่เข้าใจก็อ่านให้ชัดซะตรงนี้เลย เพื่อนเรามันโทรหาเราเพราะมีเรื่องด่วนแต่เราไม่รับสายมันยังไม่โทรจิกขนาดนี้เลยค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ? โทรมาเพื่ออะไรคะ? มีเรื่องจำเป็นอะไรให้ต้องโทรจิกซะขนาดนั้น คุณถามฉันว่ายังรับฝากจองฟิคให้ได้มั้ย แต่ถ้าเราจะปฏิเสธก็ไม่เป็นไร นี่คุณเข้าใจจริงๆหรือเปล่าคะ เราบอกให้คุณห่างๆไป แต่คุณกลับถามว่าฉันยังรับทำให้มั้ย คุณเข้าใจความหมายที่ฉันพยายามจะบอกหรือเปล่า หรือแค่ห่วงว่าจะไม่มีคนทำอะไรให้คุณเท่านั้นเอง
หลายครั้งที่คุณโทรมาเรารำคาญ เราไม่พอใจ เราพยายามไม่พูด พยายามอดทน พยายามยิ้มให้คุณเมื่อเจอหน้า แต่ความรู้สึกมันมาขาดผึงเอาวันที่คุณโทรจิกเราไม่หยุดไม่หย่อนนั่นแหละค่ะ เราเป็นคนค่ะ ความอดทนเราหมดได้ จริงๆเราแปลกใจตัวเองด้วยซ้ำว่าอดทนมาตั้งขนาดนี้ได้ยังไง
จริงๆเรื่องนี้มันน่าจะจบไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เพราะทั้งเรา ทั้งพี่เขา และคุณได้คุยกันทางโทรศัพท์เพื่อเคลียร์ทุกอย่าง แม้ว่าเราจะไม่สามารถให้คุณเลิกยุ่งกับเราอย่างเด็ดขาดไปเลยได้ แต่เราก็ได้สื่อให้คุณเห็นแล้วว่าเรารู้สึกยังไง ต้องการอะไร และคุณเองก็ขอโทษมาและยอมรับมัน แต่ที่ทำให้เราต้องลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้อีกครั้ง ขอบอกว่าเป็นเพราะสิ่งนี้ค่ะ
ขอโทษทีที่เขียนในshoutboxไม่ได้เพราะจะเขียนยาว คือว่าเราได้อ่านเรื่องของkir-beep-แล้ว เราอยากจะบอกว่าเราเป็นเพื่อนของเค้า รู้จักกันตั้งแต่ม.ต้นแล้ว เค้าก็เป็นคนนิสัยดี ไม่มีอะไร เราไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงต้องไปว่าเค้าแบบนั้นด้วย คิดว่าเค้าไม่มีคอมแล้วเค้าจะไม่รู้ถึงสิ่งที่พี่ว่าเค้าไว้เสียๆหายๆเหรอ ไอเรื่องที่เค้าอยากได้ฟิคของพี่ก็เพราะเค้าชอบอ่านจริงๆไม่ได้ซื้อไปดอง เก็บไว้อย่างที่พี่เข้าใจ แล้วโทรรังควาญหรอก? เราเพิ่งคุยกับเพื่อนเรา เค้าบอกว่าเคยโทรหาพี่แค่2-3ครั้งเท่านั้น ครั้งนึงก็ไม่เกิน2นาที คุยแค่เรื่องจองฟิคและโอนตังค์เท่านั้น ไปหาไปคุยที่บูธ บางครั้งก็ไปช่วยพี่ขาย แบ่งขนมให้ พี่ก็เคยขอบคุณเค้าไม่ใช่เหรอ? ถ้าพี่ไม่ชอบเค้าหรือรำคาญเค้าทำไมพี่ไม่พูดตรงๆไปเลยล่ะ? มาพูดลับหลังเค้าแบบนี้พี่นี่ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เอาซะเลย ถ้าพูดกับเค้าไม่รู้เรื่องก็บอกน้าเค้าไปก็ได้
จริงๆตอนแรกที่ฟังเรื่องนี้จากkir-beep-จะบอกว่าเราปรี๊ดแตกมาก คนอะไรทำไมร้ายกาจแบบนี้ แต่ว่าพอเราได้อ่านที่พี่ระบายถมขาวเอาไว้ อาจจะมีบางเรื่องที่มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด แต่เค้าก็ขอโทษแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าพี่อยากให้เค้าเลิกยุ่งกับพี่และเพื่อนของพี่ พี่ก็บอกเค้าไปตรงๆเลยสิ ไม่ต้องคุยกันอีกเลยก็ได้ เค้าก็แค่ชอบผลงานของพี่ก็แค่นั้น แต่ถ้าพี่ยังใจแคบกล้ามาต่อว่าเค้าอีกละก้อ เราจะไม่ยอมแน่
ปล. สำหรับคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว เพราะพี่เค้าใส่สีตีไข่ซะเพื่อนเราเสียหายหมด ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด
ข้อความที่เพื่อนของคุณเอามาทิ้งไว้ในบล็อกพี่เขานั่นแหละ
จริงๆเราจะไปเป็นเดือดเป็นแค้นอะไรมากก็ใช่เรื่อง เพราะคุณหย่อนเอาไว้ที่บล็อกพี่เขา ไม่ใช่บล็อกเรา แต่ที่เราต้องเขียนขึ้นมาด้วยเพราะข้อมูลที่คุณบอกว่าใส่สีตีไข่นั้น มันมีเรื่องของเราด้วยค่ะ ไม่ใช่แค่เพื่อนคุณหาว่าพี่เขาโกหก แต่เพื่อนคุณก็หาว่าฉันโกหกด้วยเช่นกัน นั่นล่ะที่ยอมไม่ได้
สิ่งที่แรกที่อยากจะพูดให้เข้าใจนะคะคุณ...อะไรนะ Hiyono คุณบอกว่าเพื่อนคุณเป็นคนดี ฉันกับพี่เขาก็ไม่ได้พูดนี่คะว่าเพื่อนคุณเลวมาจากไหน เราแค่บอกว่าบางสิ่งที่เขาทำนั่นแหละที่รับไม่ได้ และขอให้ทำความเข้าใจใหม่ ทำตัวใหม่ด้วยถ้าอยากจะเป็นเพื่อนกันจริงๆ (ซึ่งตอนนี้คงไม่ทันแล้วมั้งคะ) คุณรักเพื่อนคุณฉันไม่ว่าค่ะ แต่อย่ามาพูดเหมือนว่าเพื่อนคุณดีกับคุณแล้วทุกคนต้องรักเพื่อนคุณตาม สิ่งที่เพื่อนคุณทำกับเราเขาไม่ได้ทำกับคุณ ก็แน่นอนอยู่แล้วที่ความรู้สึกที่มีให้มันจะต่างกัน เรารู้สึกกับเพื่อนของคุณแบบนี้เพราะเขาทำตัวแบบนี้มาให้เราเห็นเองค่ะ อันนั้นช่วยไม่ได้
เรื่องที่เขาไม่มีคอม อันนี้เรารู้อยู่นานแล้วค่ะ เพราะเขาบอกมาเองตั้งแต่ต้น แต่ในเมื่อก่อนหน้านี้ที่เขาจะมาคุยกับเราเขายังตามความเคลื่อนไหวต่างๆในบล็อกพี่อีกคนนึงได้ รู้กระทั่งวันเกิดที่พี่เขาพูดเฉพาะในบล็อกในเน็ตด้วยซ้ำ สำหรับเราไม่ได้จะพูดลับหลังค่ะ แต่เราเชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องมาเห็นเข้าจนได้นั่นล่ะถึงได้พูด (แล้วก็คิดไม่ผิดจนได้) แต่ถ้าคุณจะมองแบบนั้นก็ต้องขอโทษไว้ด้วยค่ะ ถึงจริงๆครั้งนี้ที่เพื่อนคุณโทรมาขอโทษน่ะก็เพราะเขาบอกว่าเห็นข้อความในบล็อกก็ตามทีเถอะ (ไหนว่าไม่มีคอม แต่ดันบอกเองว่าเห็นในเน็ต) แล้วถ้าจะบอกว่าไปเข้าร้านเน็ตหรือบ้านเพื่อนอะไรแล้วมาเห็นเข้า งั้นคุณก็ไม่ได้ยุ่งยากกับการใช้เน็ตสั่งของเองนี่นา แล้วจะมาใช้เราเพื่ออะไร ไม่ใช่ว่าเราทำให้ไม่ได้นะคะ แต่กับคนที่เจอกันสามสี่ครั้งเท่านั้นเองน่ะ ไม่คิดว่ามันเป็นการเสียมารยาทไปหน่อยเหรอคะ ก่อนหน้านี้ฉัันไม่ได้รู้จักเพื่อนคุณเลยด้วยซ้ำ
ส่วนเรื่องโทรรังควาน กับพี่อีกคนนึงเราไม่รู้เพราะฉะนั้นจะไม่ขอยกมาพูดถึง แต่กับเรามันเรียกว่ารังควานเต็มๆเลยล่ะ คุณบอกว่าเพื่อนคุณโทรไม่เกินสองสามครั้ง ขอโทษค่ะ เราเคยเจอวันนึงแปดครั้งติดๆกันเลยด้วยซ้ำ และอาจจะมีมากกว่านั้นด้วยถ้าเราไม่กดปิดเครื่องให้รู้แล้วรู้ีรอดไปน่ะ ไม่รับเพื่อนคุณก็โทรไม่เลิก วันนั้นเราปิดเครื่องไปสองครั้ง ครั้งแรกปิดหลังจากที่เพื่อนคุณโทรมาได้สี่ครั้งติด แล้วพอผ่านไปอีกราวๆชั่วโมงถึงสองชั่วโมงเราก็เปิดเครื่องอีกรอบ แล้วเพื่อนคุณก็โทรมาอีกสามครั้งจนเราต้องปิดมือถือรอบสอง แล้วหลังจากนั้นก็ปิดหนีเพื่อนคุณยาวสามวัน ชื่อมันยังขึ้นหราในหมวดสายที่ไม่ได้รับอยู่เลยค่ะ แถมเพื่อนคุณยังเอาเบอร์อื่นโทรมาอีกพอเห็นว่าเบอร์ตัวเองเราไม่รับ รวมๆแล้วโดนไปสามเบอร์ได้ ส่วนที่บอกว่าคุยครั้งนึงไม่เกินสองนาที แหม...เขาไม่ได้บอกเหรอคะว่าคุยกับเรากี่นาที บางทีเป็นชั่วโมงเลยนะคะ จะมาพูดว่าไม่ได้รังควานน่ะไม่ได้หรอกนะคะ ที่คุณไม่พูดถึงเนี่ยจงใจละไว้เอง หรือเพื่อนคุณไม่ได้เล่าว่าทำยังไงกับเราไว้ล่ะคะ ขอถามหน่อยเถอะ
แล้วถ้าจะถามว่าทำไมวันนั้นเราไม่รับ วันนั้นเราทำงานโต้รุ่งค่ะ ได้นอนตอนแปดโมงหรือเก้าโมงเช้า แล้วเพื่อนคุณก็โทรมาตอน 11 โมงนี่แหละ โทรไม่หยุดอีกต่างหาก จะให้ฉันรับสายแล้วด่าว่าอย่ามายุ่งได้มั้ยคนจะนอนเลยมั้ยล่ะคะ คราวหน้า (ถ้าเ้ขายังจะโทรมาอีกน่ะนะ) จะได้ทำให้
แล้วที่ถามว่าถ้าไม่ชอบหรือรำคาญทำไมไม่พูดตรงๆ งั้นก็ดีเลยค่ะ ตอนแรกเป็นเพราะความใจอ่อนเลยทำให้ไม่ได้พูดตามที่อยากจะพูดออกไป ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเพื่อนคุณมาขอโทษเอง บอกว่าจะไม่ทำอีก แล้วถามว่ายังคุยกันได้ใช่มั้ย เรามันบ้าเองค่ะที่ใจอ่อนบอกว่าคุยได้ และในเมื่อคุณเสนอมาขนาดนี้แล้ว เราก็ขอทำตามอย่างที่คุณพูดไว้ว่าให้บอกกันตรงๆหน่อยละกัน
หลังจากนี้อย่าโทรมาอีกนะคะ
เจอกันในงานไม่ต้องทักแล้ว ไม่ต้องเข้ามาคุยกันเลยก็ได้ ในเมื่อคุณอยากให้พูดตรงๆ นี่ก็จะตรงไปแบบสุดกู่เลย รับได้ไม่ได้ก็ช่าง ขี้เกียจจะสน ขี้เกียจจะแคร์แล้ว จะหาว่าเห็นแก่ตัวก็ตามใจเถอะนะคะ เบอร์เราถ้าเม็มไว้ก็ลบออกซะนะคะ ทางนี้ก็จะทำเหมือนกัน ต่อจากนี้เป็นแค่เพื่อนร่วมวงการกันแล้วกันค่ะ มากกว่านั้นอย่าไปเป็นมันเลย เป็นแค่คนรู้จักจะดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งมองหน้ากันไม่ติดด้วย
และสำหรับ ปล.ของคุณที่บอกว่าอย่าฟังความข้างเดียว ทั้งเราและพี่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบังคับความคิดใครค่ะ อยากเชื่อหรือไม่ก็ช่าง จริงอยู่ว่าคนที่ฟังจากพวกเราอาจจะฟังความข้างเดียว เพราะไม่ได้ฟังอะไรจากเพื่อนของคุณเลย แต่ขอบอกไว้นะคะ ว่าคุณเองก็กำลังฟังความข้างเดียวอยู่เช่นกัน ฟังมาจากเพื่อนของคุณเองนั่นแหละ
เพราะฉะนั้น ก่อนจะว่าคนอื่นแบบนั้น ตัวเองฟังความให้ครบถ้วนทั้งสองฝ่ายก่อนนะคะ
ไม่ได้อยากจะมีเรื่อง แต่อะไรเป็นยังไงคนที่รู้ดีคือเพื่อนคุณ เรา พี่เขา แล้วก็น้าของเพื่อนคุณด้วย ถ้าคิดว่าเราตีไข่ใส่ความ อยากจะด่าเพื่อนคุณขนาดนั้นล่ะก็ ไปคุยกับน้าของเพื่อนคุณซะให้เข้าใจก่อนค่อยกลับมาว่ากันอีกที พี่เขาคุยกับน้าของเพื่อนคุณมาสองครั้ง น้าของเพื่อนคุณยังพูดว่าให้เข้าใจเพื่อนคุณหน่อยอยู่เลย (เข้าใจเรื่องอะไรก็ถามกันเอาเองด้วยละกันนะคะ พูดไปคงไม่ดีกับเพื่อนคุณเอง)
บล็อกของพี่ที่เป็นคนรู้จักที่กล่าวถึงค่ะ >>Ayafee Blog<< อยากจะบอกพี่ด้วยว่าไม่ต้องคิดว่าเป็นความผิดพี่หรอก ที่เราโดนแบบนี้เพราะเราไม่ระวังและไม่ฉุกใจคิดเองค่ะ ต้องขอโทษด้วยเช่นกันที่เข้าใจผิดว่าพวกพี่สนิทกัน ตอนเขามาเนียนขอเบอร์พี่เลยให้ไป เลยโดนตามกันมาจนถึงบัดนี้ (วันที่เขียนอยู่นี่เพื่อนคุณก็เพิ่งจะโทรไปหาพี่เขาอีกค่ะ คุณ Hiyono สนใจจะอยากรู้มั้ยล่ะคะว่ากี่ครั้ง เพราะเพื่อนคุณบอกว่าโทรไม่เกินสองสามครั้งนี่ แถมคราวนี้พอพี่เขาไม่รับก็โทรจิกไม่หยุดเหมือนกันเด๊ะเลย ทั้งที่เพื่อนคุณเพิ่งจะบอกกับเราว่าขอโทษ และจะไม่ทำอีกเมื่อไม่กี่วันนี้เอง)
และขอเสริมอีกนิด คนที่เคยโดนเพื่อนคุณทำคล้ายๆแบบนี้มาน่ะ ไม่ได้มีแค่เรากับพี่เขานะคะ ผู้โชคดีที่เคยโดนมาก่อนน่ะมีค่ะ ไม่น้อยเลยแหละ เดี๋ยวจะหาว่าเรารวมหัวกับพี่เขาใส่ความเพื่อนคุณ
ขอยกประโยคนี้ลงมาด้วย
ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด
เรารู้ดีแก่ใจเสมอค่ะ ขอบคุณที่เตือน แล้วก็ขอให้คุณเองก็รู้ดีด้วยเช่นกัน ว่าความจริงมันเป็นยังไง
จบเอนทรี่นี้แค่นี้ ถ้าให้ดีก็อย่ามายุ่งกันอีกเลย สวัสดีค่ะ
ทุกอย่างเลยที่พยายามคิดที่เมื่อวานได้คุยกับน้าเขามันมลายหายไปเลยล่ะ หายไปเลยจริงๆ เขาไม่เคยใส่ใจอะไรเลยว่ารอบตัวเขาคิดอะไรอยู่... แล้วโดนบอกว่าใส่ไข่อีก...
ตอนนี้หมดเรี่ยวแรงเลยจริงๆ... ใครจะเชื่อยังไงก็ตามแต่ใจเขาแล้วล่ะ แต่พี่ท้อแท้จริงๆล่ะ....
พรุ่งนี้พี่สัมภาษณ์ 9 - 12 โมงงับที่ตึกสุโขทัย ถ้ายังไงก็ติดต่อกันอีกที....
#1 By [AyaFee] ♥ [Byanism] on 2009-11-05 07:29