เอนทรี่นี้จะไม่มีความเกรงใจอีกแล้ว  อะไรที่ยังไม่เคยพูดจะพูด  อะไรที่พยายามบอกไปอ้อมๆจะขอพูดมันตรงๆ  เอาให้จบมันวันนี้เลย  แล้วหลังจากนี้อย่าเข้ามายุ่งกันอีกเลยนะคะ  

เอนทรี่ก่อนเราได้พูดถึงคนๆนึงไป  พูดว่าเขาทำอะไร  ตามมายังไง  และโทรจิกๆๆๆแบบที่เรียกได้ว่าคุกคามแค่ไหน  (ถ้าจำไม่ได้  กลับไปอ่านที่เอนทรี่ก่อนค่ะ)  แล้วเมื่อวานนี้เราก็ได้พูดคุยกับเธออีกครั้ง  ได้พูดกันในระหว่างที่คุย msn กับพี่ที่รู้จักอีกคนนึงซึ่งก็โดนมาเช่นกัน  แล้วระหว่างที่คุยๆกันอยู่พี่เขาก็บอกกับเราว่าเธอคนนั้นโทรมา  และเมื่อรับสายปุ๊บ  ก็เจอกับคำขอโทษของเธอ  ที่ว่าเธอไม่เคยรู้เลยว่าทำให้พี่เขารำคาญ (อยู่ๆก็ถือวิสาสะเข้ามาอยู่ในบูธเอง  เข้ามาแล้วก็ไม่ยอมไปไหน  นั่งคั่นคนอื่นๆที่เขาสนิทกันจะคุยกัน  เอากระเป๋ามาจองที่ตัวเอง  เดินไปนั่งที่บูธเขาก่อนเริ่มงานทั้งที่ยังไม่ได้ขอ  มาอยู่ที่บูธก่อนเจ้าของเขาจะมาด้วยซ้ำ  ตามไปกินข้าวด้วยทั้งที่ไม่ได้ชวน  ทั้งหมดนี้คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคะ)  บอกว่าขอโทษ  ขอโทษจริงๆ  แล้วจะไม่ทำอีกแล้ว  เรากับพี่เขาที่ยังคุยกันอยู่ผ่านหน้าจอ msn ก็ไม่รู้จะทำยังไง  แล้วเธอคนนั้นก็เอาแต่พูดวนเป็นแบบเดิมๆว่าขอโทษ  จะไม่ทำแล้วจริงๆ  เขาแค่อยากมีเพื่อน  เพราะเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเลย  ซ้ำยังถามอีกว่าการจะมีเพื่อนเนี่ยมันต้องใช้เวลานานด้วยเหรอ  ซัก 5 ปี 10 ปีงั้นรึไง  ถามแบบนี้...แสดงว่าคุณไม่เข้าใจจริงๆสินะคะว่าเพื่อนน่ะมันเป็นยังไง

คุณอยากจะเป็นเพื่อนกับใครคุณไม่จำเป็นต้องศึกษากันยันห้าปีสิบปีหรอกค่ะ  แป๊บเดียวคุณก็เป็นเพื่อนกันได้ถ้าถูกคอกัน  แต่ไม่ใช่ในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่  เจอกันไม่กี่ครั้ง  คุยกันไม่กี่คำ  คุณจะคิดเอาเองว่าคุณสนิทชิดเชื้อกับอีกฝ่ายจนถึงขนาดที่ทำอะไรๆตามใจไม่ได้ค่ะ  เคยสังเกตอีกฝ่ายมั้ยคะว่าเขารู้สึกยังไง  หรือคุณเอาแต่พูดว่าไม่รู้  เพราะคุณไม่ได้ดู  ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณตั้งใจจะเป็นเพื่อนเขาจริงๆหรือในเมื่อคุณไม่ได้สนใจความรู้สึกอีกฝ่ายเลย 

จะเป็นเพื่อนกันไม่จำเป็นต้องรู้จักกันนาน  แต่จะให้สนิทมันต้องค่อยๆทำความรู้จักกันก่อนค่ะ

จริงๆเรารู้มาว่าสิ่งที่คุณเคยทำมันมากกว่านี้  อย่างเรื่องที่เอาชื่อพี่เขาไปอ้างมาก่อน  ถือวิสาสะเอาของเขาไปแบบเนียนๆเพียงเพราะเขาบอกว่าของอันนั้นมีสองชิ้นแล้ว  พอคุณเห็นว่าเขามีของสองชิ้นก็ฉวยเอาไปโดยไม่ถามเลยเหรอ  เจ้าของเขาบอกก่อนหรือเปล่าว่าจะให้?  สิ่งเดียวที่ยั้งทั้งเราทั้งพี่เขาไว้ไม่ให้ว้ากใส่คุณมาหลายรอบคือคำว่าความเกรงใจเพียงคำเดียว  ขอให้จำไว้ให้ขึ้นใจด้วยนะคะ  ไม่ใช่ว่าเราพอใจกับการกระทำของคุณและเห็นว่าคุณเป็นเพื่อน  สิ่งที่ทำให้เรายั้งปากไว้คือผู้ปกครองของคุณที่มาด้วยกันเป็นเงาตามตัวค่ะ  เพราะเป็นผู้ใหญ่  เราถึงยังเกรงใจ  เรื่องบางเรื่องคุณควรจะมองให้ออกนะคะว่าเขาทำเพราะเต็มใจหรือทำไปเพราะมารยาทมันค้ำคอน่ะ  

แล้วหลังจากที่คุณเอาแต่พูดถึงไดอะล็อกเดิมๆ  คุณก็ไปเอาน้าของคุณมาพูดกับพี่เขาแทน  ขอให้พี่เขาเข้าใจคุณว่าคุณเป็นยังไง  แล้วให้พวกเราช่วยกันดู  ขอโทษนะคะ  นั่นคนของคุณ  ทั้งฝั่งเราและเขาไม่ได้รู้จักกันมากขนาดที่จะเรียกว่าเพื่อนกันได้ด้วยซ้ำ  คุณเข้าใจเอาเองอยู่ฝ่ายเดียว  เราพยายามจะหนีคุณหลายต่อหลายครั้งแล้ว  ถามว่าทำไมถึงไม่พูดตรงๆ  ก็เพราะคุณผู้ปกครองที่อยู่ข้างหลังคุณนั่นแหละ  หรือคุณอยากจะให้เราพูดว่า  "เฮ้  ไม่ต้องตามมานะ  เพราะคุณไม่ได้เป็นอะไรกับเรา  เพื่อนก็ไม่ใช่"  อย่างงั้นรึไง  ที่ผ่านมานี่ทั้งพี่เขาทั้งเราอดทนกับคุณมาจนถึงที่สุดแล้ว  คุณไม่เคยคิดถึงอีกฝ่ายเลย  คุณโทรมาหาเรา  พูดเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไรเลยเป็นเวลานานๆ  พอเราไม่รับก็โทรจิกไม่หยุด  คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่าเราอาจจะกำลังยุ่งอยู่เลยมารับสายไม่ได้  เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าตอนนั้นเราอาจกำลังพักผ่อนอยู่เลยไม่อยากถูกรบกวน  คุณคิดถึงแต่ตัวเอง  นึกถึงแต่ตัวเอง  แล้วจะมาเรียกร้องคำว่าเพื่อนอะไรจากพวกเรา 

พอมาถึงตอนนี้คุณเอาน้าของคุณมาพูด  บอกให้เราเข้าใจคุณ  แต่คุณไม่เห็นจะเข้าใจเรา  เราไม่ใช่เพื่อนคุณ  ไม่ได้สนิทกับคุณ  ทำไมต้องทำให้ถึงขนาดนั้น  อาจดูเหมือนใจร้าย  แต่พวกเราเองก็อยากอยู่กันสงบๆกับคนที่สนิท  แล้วคุณเอาน้ามาพูดแบบนี้พี่เขาจะทำยังไง  ปฏิเสธผู้ใหญ่เหรอ  ใจจริงพวกเราไม่อยากจะยุ่งกับคุณแล้วไม่ว่าทางไหน  ที่เราต้องตกปากหาทางออกให้มันไม่ทำร้ายคุณมากเพราะน้าคุณค่ะ  ที่พี่เขาทำได้เลยมีแค่ให้คุณอยู่ห่างๆ  อย่าเข้ามาในบูธ  หลังงานก็อย่าตามมา  คุณก็ยังอุตส่าห์ถามว่างั้นคุยอยู่หน้าบูธได้ใช่มั้ย

คุณไม่ได้เข้าใจอะไรเลยจริงๆนั่นแหละ (แล้วที่เอาผู้ใหญ่มาพูดน่ะ  ขอบอกไว้เลยนะคะว่ามันเรียกว่าคุกคาม)

ความหมายของการที่พวกเราบอกให้คุณอยู่ห่างๆคืออย่ามายุ่งกันอีก  แต่เราพยายามพูดรักษาน้ำใจให้คุณมากที่สุดแล้ว  ถึงได้บอกว่าให้ห่างออกไปหน่อย  ทั้งที่จริงๆแล้วอยากให้คุณเลิกยุ่งกับเราใจแทบขาด  ขอร้องล่ะค่ะ   ช่วยเข้าใจหน่อยเถอะ

แล้วหลังจากนั้นคุณก็โทรมาหาเราแทน  พูดเหมือนกับที่พูดกับพี่เขาก่อนหน้านี้  ว่าขอโทษจริงๆ  ขอโทษที่ทำให้รำคาญ  และจะไม่ทำอีกแล้ว  เราได้แต่นิ่งเงียบ  คุณเห็นใช่มั้ยคะ  คุณได้ยินเสียงถอนใจของเราหรือเปล่า  หรือคุณไม่ได้สังเกตอะไรเลย  เราอยากจะพูดออกไปว่าให้คุณเลิกยุ่งกับฉันซักที  แต่เรามันโง่เองค่ะ  โง่ที่ใจอ่อน โง่ที่แพ้เสียงขอโทษของคุณ  โง่ที่บอกคุณไปว่าช่างมันเถอะ  แล้วหลังจากนี้ห่างๆกันหน่อยแค่นั้น  เราน่าจะพูดไปว่าเรารำคาญคุณมากแล้ว  น่าจะพูดว่าเรากลัวเวลาคุณโทรมาไม่หยุดจนกว่าเราจะรับสาย  น่าจะพูดว่าเราเบื่อที่ต้องมานั่งระแวงเสียงโทรศัพท์ว่าจะเป็นคุณโทรมาหรือเปล่า  เราไม่ได้สนิทกับคุณนะคะ  ถ้าคุณไม่เข้าใจก็อ่านให้ชัดซะตรงนี้เลย  เพื่อนเรามันโทรหาเราเพราะมีเรื่องด่วนแต่เราไม่รับสายมันยังไม่โทรจิกขนาดนี้เลยค่ะ  แล้วคุณเป็นใครคะ?  โทรมาเพื่ออะไรคะ?  มีเรื่องจำเป็นอะไรให้ต้องโทรจิกซะขนาดนั้น  คุณถามฉันว่ายังรับฝากจองฟิคให้ได้มั้ย  แต่ถ้าเราจะปฏิเสธก็ไม่เป็นไร  นี่คุณเข้าใจจริงๆหรือเปล่าคะ  เราบอกให้คุณห่างๆไป  แต่คุณกลับถามว่าฉันยังรับทำให้มั้ย  คุณเข้าใจความหมายที่ฉันพยายามจะบอกหรือเปล่า  หรือแค่ห่วงว่าจะไม่มีคนทำอะไรให้คุณเท่านั้นเอง 

หลายครั้งที่คุณโทรมาเรารำคาญ  เราไม่พอใจ  เราพยายามไม่พูด  พยายามอดทน  พยายามยิ้มให้คุณเมื่อเจอหน้า  แต่ความรู้สึกมันมาขาดผึงเอาวันที่คุณโทรจิกเราไม่หยุดไม่หย่อนนั่นแหละค่ะ  เราเป็นคนค่ะ  ความอดทนเราหมดได้  จริงๆเราแปลกใจตัวเองด้วยซ้ำว่าอดทนมาตั้งขนาดนี้ได้ยังไง

จริงๆเรื่องนี้มันน่าจะจบไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว  เพราะทั้งเรา  ทั้งพี่เขา  และคุณได้คุยกันทางโทรศัพท์เพื่อเคลียร์ทุกอย่าง  แม้ว่าเราจะไม่สามารถให้คุณเลิกยุ่งกับเราอย่างเด็ดขาดไปเลยได้  แต่เราก็ได้สื่อให้คุณเห็นแล้วว่าเรารู้สึกยังไง  ต้องการอะไร  และคุณเองก็ขอโทษมาและยอมรับมัน  แต่ที่ทำให้เราต้องลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้อีกครั้ง  ขอบอกว่าเป็นเพราะสิ่งนี้ค่ะ

 

ขอโทษทีที่เขียนในshoutboxไม่ได้เพราะจะเขียนยาว คือว่าเราได้อ่านเรื่องของkir-beep-แล้ว เราอยากจะบอกว่าเราเป็นเพื่อนของเค้า รู้จักกันตั้งแต่ม.ต้นแล้ว เค้าก็เป็นคนนิสัยดี ไม่มีอะไร เราไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงต้องไปว่าเค้าแบบนั้นด้วย คิดว่าเค้าไม่มีคอมแล้วเค้าจะไม่รู้ถึงสิ่งที่พี่ว่าเค้าไว้เสียๆหายๆเหรอ ไอเรื่องที่เค้าอยากได้ฟิคของพี่ก็เพราะเค้าชอบอ่านจริงๆไม่ได้ซื้อไปดอง เก็บไว้อย่างที่พี่เข้าใจ แล้วโทรรังควาญหรอก? เราเพิ่งคุยกับเพื่อนเรา เค้าบอกว่าเคยโทรหาพี่แค่2-3ครั้งเท่านั้น ครั้งนึงก็ไม่เกิน2นาที คุยแค่เรื่องจองฟิคและโอนตังค์เท่านั้น ไปหาไปคุยที่บูธ บางครั้งก็ไปช่วยพี่ขาย แบ่งขนมให้ พี่ก็เคยขอบคุณเค้าไม่ใช่เหรอ? ถ้าพี่ไม่ชอบเค้าหรือรำคาญเค้าทำไมพี่ไม่พูดตรงๆไปเลยล่ะ? มาพูดลับหลังเค้าแบบนี้พี่นี่ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เอาซะเลย ถ้าพูดกับเค้าไม่รู้เรื่องก็บอกน้าเค้าไปก็ได้

จริงๆตอนแรกที่ฟังเรื่องนี้จากkir-beep-จะบอกว่าเราปรี๊ดแตกมาก คนอะไรทำไมร้ายกาจแบบนี้ แต่ว่าพอเราได้อ่านที่พี่ระบายถมขาวเอาไว้ อาจจะมีบางเรื่องที่มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด แต่เค้าก็ขอโทษแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าพี่อยากให้เค้าเลิกยุ่งกับพี่และเพื่อนของพี่ พี่ก็บอกเค้าไปตรงๆเลยสิ ไม่ต้องคุยกันอีกเลยก็ได้ เค้าก็แค่ชอบผลงานของพี่ก็แค่นั้น แต่ถ้าพี่ยังใจแคบกล้ามาต่อว่าเค้าอีกละก้อ เราจะไม่ยอมแน่

ปล. สำหรับคนที่ไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็อย่าฟังความข้างเดียว เพราะพี่เค้าใส่สีตีไข่ซะเพื่อนเราเสียหายหมด ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด

 

ข้อความที่เพื่อนของคุณเอามาทิ้งไว้ในบล็อกพี่เขานั่นแหละ 

จริงๆเราจะไปเป็นเดือดเป็นแค้นอะไรมากก็ใช่เรื่อง เพราะคุณหย่อนเอาไว้ที่บล็อกพี่เขา  ไม่ใช่บล็อกเรา  แต่ที่เราต้องเขียนขึ้นมาด้วยเพราะข้อมูลที่คุณบอกว่าใส่สีตีไข่นั้น  มันมีเรื่องของเราด้วยค่ะ  ไม่ใช่แค่เพื่อนคุณหาว่าพี่เขาโกหก  แต่เพื่อนคุณก็หาว่าฉันโกหกด้วยเช่นกัน  นั่นล่ะที่ยอมไม่ได้

สิ่งที่แรกที่อยากจะพูดให้เข้าใจนะคะคุณ...อะไรนะ  Hiyono คุณบอกว่าเพื่อนคุณเป็นคนดี  ฉันกับพี่เขาก็ไม่ได้พูดนี่คะว่าเพื่อนคุณเลวมาจากไหน  เราแค่บอกว่าบางสิ่งที่เขาทำนั่นแหละที่รับไม่ได้  และขอให้ทำความเข้าใจใหม่  ทำตัวใหม่ด้วยถ้าอยากจะเป็นเพื่อนกันจริงๆ (ซึ่งตอนนี้คงไม่ทันแล้วมั้งคะ)  คุณรักเพื่อนคุณฉันไม่ว่าค่ะ  แต่อย่ามาพูดเหมือนว่าเพื่อนคุณดีกับคุณแล้วทุกคนต้องรักเพื่อนคุณตาม  สิ่งที่เพื่อนคุณทำกับเราเขาไม่ได้ทำกับคุณ  ก็แน่นอนอยู่แล้วที่ความรู้สึกที่มีให้มันจะต่างกัน  เรารู้สึกกับเพื่อนของคุณแบบนี้เพราะเขาทำตัวแบบนี้มาให้เราเห็นเองค่ะ  อันนั้นช่วยไม่ได้

เรื่องที่เขาไม่มีคอม  อันนี้เรารู้อยู่นานแล้วค่ะ  เพราะเขาบอกมาเองตั้งแต่ต้น  แต่ในเมื่อก่อนหน้านี้ที่เขาจะมาคุยกับเราเขายังตามความเคลื่อนไหวต่างๆในบล็อกพี่อีกคนนึงได้  รู้กระทั่งวันเกิดที่พี่เขาพูดเฉพาะในบล็อกในเน็ตด้วยซ้ำ  สำหรับเราไม่ได้จะพูดลับหลังค่ะ  แต่เราเชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องมาเห็นเข้าจนได้นั่นล่ะถึงได้พูด (แล้วก็คิดไม่ผิดจนได้) แต่ถ้าคุณจะมองแบบนั้นก็ต้องขอโทษไว้ด้วยค่ะ  ถึงจริงๆครั้งนี้ที่เพื่อนคุณโทรมาขอโทษน่ะก็เพราะเขาบอกว่าเห็นข้อความในบล็อกก็ตามทีเถอะ  (ไหนว่าไม่มีคอม  แต่ดันบอกเองว่าเห็นในเน็ต)  แล้วถ้าจะบอกว่าไปเข้าร้านเน็ตหรือบ้านเพื่อนอะไรแล้วมาเห็นเข้า  งั้นคุณก็ไม่ได้ยุ่งยากกับการใช้เน็ตสั่งของเองนี่นา  แล้วจะมาใช้เราเพื่ออะไร  ไม่ใช่ว่าเราทำให้ไม่ได้นะคะ  แต่กับคนที่เจอกันสามสี่ครั้งเท่านั้นเองน่ะ  ไม่คิดว่ามันเป็นการเสียมารยาทไปหน่อยเหรอคะ  ก่อนหน้านี้ฉัันไม่ได้รู้จักเพื่อนคุณเลยด้วยซ้ำ  

ส่วนเรื่องโทรรังควาน  กับพี่อีกคนนึงเราไม่รู้เพราะฉะนั้นจะไม่ขอยกมาพูดถึง  แต่กับเรามันเรียกว่ารังควานเต็มๆเลยล่ะ   คุณบอกว่าเพื่อนคุณโทรไม่เกินสองสามครั้ง  ขอโทษค่ะ  เราเคยเจอวันนึงแปดครั้งติดๆกันเลยด้วยซ้ำ  และอาจจะมีมากกว่านั้นด้วยถ้าเราไม่กดปิดเครื่องให้รู้แล้วรู้ีรอดไปน่ะ  ไม่รับเพื่อนคุณก็โทรไม่เลิก  วันนั้นเราปิดเครื่องไปสองครั้ง  ครั้งแรกปิดหลังจากที่เพื่อนคุณโทรมาได้สี่ครั้งติด  แล้วพอผ่านไปอีกราวๆชั่วโมงถึงสองชั่วโมงเราก็เปิดเครื่องอีกรอบ  แล้วเพื่อนคุณก็โทรมาอีกสามครั้งจนเราต้องปิดมือถือรอบสอง  แล้วหลังจากนั้นก็ปิดหนีเพื่อนคุณยาวสามวัน  ชื่อมันยังขึ้นหราในหมวดสายที่ไม่ได้รับอยู่เลยค่ะ  แถมเพื่อนคุณยังเอาเบอร์อื่นโทรมาอีกพอเห็นว่าเบอร์ตัวเองเราไม่รับ  รวมๆแล้วโดนไปสามเบอร์ได้  ส่วนที่บอกว่าคุยครั้งนึงไม่เกินสองนาที  แหม...เขาไม่ได้บอกเหรอคะว่าคุยกับเรากี่นาที  บางทีเป็นชั่วโมงเลยนะคะ  จะมาพูดว่าไม่ได้รังควานน่ะไม่ได้หรอกนะคะ  ที่คุณไม่พูดถึงเนี่ยจงใจละไว้เอง หรือเพื่อนคุณไม่ได้เล่าว่าทำยังไงกับเราไว้ล่ะคะ  ขอถามหน่อยเถอะ  

แล้วถ้าจะถามว่าทำไมวันนั้นเราไม่รับ  วันนั้นเราทำงานโต้รุ่งค่ะ  ได้นอนตอนแปดโมงหรือเก้าโมงเช้า  แล้วเพื่อนคุณก็โทรมาตอน 11 โมงนี่แหละ  โทรไม่หยุดอีกต่างหาก  จะให้ฉันรับสายแล้วด่าว่าอย่ามายุ่งได้มั้ยคนจะนอนเลยมั้ยล่ะคะ  คราวหน้า (ถ้าเ้ขายังจะโทรมาอีกน่ะนะ) จะได้ทำให้

  แล้วที่ถามว่าถ้าไม่ชอบหรือรำคาญทำไมไม่พูดตรงๆ  งั้นก็ดีเลยค่ะ  ตอนแรกเป็นเพราะความใจอ่อนเลยทำให้ไม่ได้พูดตามที่อยากจะพูดออกไป  ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเพื่อนคุณมาขอโทษเอง บอกว่าจะไม่ทำอีก  แล้วถามว่ายังคุยกันได้ใช่มั้ย  เรามันบ้าเองค่ะที่ใจอ่อนบอกว่าคุยได้  และในเมื่อคุณเสนอมาขนาดนี้แล้ว  เราก็ขอทำตามอย่างที่คุณพูดไว้ว่าให้บอกกันตรงๆหน่อยละกัน 

หลังจากนี้อย่าโทรมาอีกนะคะ

เจอกันในงานไม่ต้องทักแล้ว  ไม่ต้องเข้ามาคุยกันเลยก็ได้  ในเมื่อคุณอยากให้พูดตรงๆ  นี่ก็จะตรงไปแบบสุดกู่เลย  รับได้ไม่ได้ก็ช่าง  ขี้เกียจจะสน  ขี้เกียจจะแคร์แล้ว  จะหาว่าเห็นแก่ตัวก็ตามใจเถอะนะคะ  เบอร์เราถ้าเม็มไว้ก็ลบออกซะนะคะ  ทางนี้ก็จะทำเหมือนกัน  ต่อจากนี้เป็นแค่เพื่อนร่วมวงการกันแล้วกันค่ะ  มากกว่านั้นอย่าไปเป็นมันเลย  เป็นแค่คนรู้จักจะดีกว่าค่ะ  จะได้ไม่ต้องมานั่งมองหน้ากันไม่ติดด้วย  

และสำหรับ ปล.ของคุณที่บอกว่าอย่าฟังความข้างเดียว  ทั้งเราและพี่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไปบังคับความคิดใครค่ะ  อยากเชื่อหรือไม่ก็ช่าง  จริงอยู่ว่าคนที่ฟังจากพวกเราอาจจะฟังความข้างเดียว  เพราะไม่ได้ฟังอะไรจากเพื่อนของคุณเลย  แต่ขอบอกไว้นะคะ  ว่าคุณเองก็กำลังฟังความข้างเดียวอยู่เช่นกัน  ฟังมาจากเพื่อนของคุณเองนั่นแหละ

เพราะฉะนั้น  ก่อนจะว่าคนอื่นแบบนั้น  ตัวเองฟังความให้ครบถ้วนทั้งสองฝ่ายก่อนนะคะ

ไม่ได้อยากจะมีเรื่อง  แต่อะไรเป็นยังไงคนที่รู้ดีคือเพื่อนคุณ  เรา  พี่เขา  แล้วก็น้าของเพื่อนคุณด้วย  ถ้าคิดว่าเราตีไข่ใส่ความ  อยากจะด่าเพื่อนคุณขนาดนั้นล่ะก็  ไปคุยกับน้าของเพื่อนคุณซะให้เข้าใจก่อนค่อยกลับมาว่ากันอีกที  พี่เขาคุยกับน้าของเพื่อนคุณมาสองครั้ง  น้าของเพื่อนคุณยังพูดว่าให้เข้าใจเพื่อนคุณหน่อยอยู่เลย  (เข้าใจเรื่องอะไรก็ถามกันเอาเองด้วยละกันนะคะ  พูดไปคงไม่ดีกับเพื่อนคุณเอง)  

บล็อกของพี่ที่เป็นคนรู้จักที่กล่าวถึงค่ะ  >>Ayafee Blog<< อยากจะบอกพี่ด้วยว่าไม่ต้องคิดว่าเป็นความผิดพี่หรอก  ที่เราโดนแบบนี้เพราะเราไม่ระวังและไม่ฉุกใจคิดเองค่ะ  ต้องขอโทษด้วยเช่นกันที่เข้าใจผิดว่าพวกพี่สนิทกัน  ตอนเขามาเนียนขอเบอร์พี่เลยให้ไป  เลยโดนตามกันมาจนถึงบัดนี้ (วันที่เขียนอยู่นี่เพื่อนคุณก็เพิ่งจะโทรไปหาพี่เขาอีกค่ะ  คุณ Hiyono สนใจจะอยากรู้มั้ยล่ะคะว่ากี่ครั้ง  เพราะเพื่อนคุณบอกว่าโทรไม่เกินสองสามครั้งนี่  แถมคราวนี้พอพี่เขาไม่รับก็โทรจิกไม่หยุดเหมือนกันเด๊ะเลย  ทั้งที่เพื่อนคุณเพิ่งจะบอกกับเราว่าขอโทษ  และจะไม่ทำอีกเมื่อไม่กี่วันนี้เอง)

และขอเสริมอีกนิด  คนที่เคยโดนเพื่อนคุณทำคล้ายๆแบบนี้มาน่ะ  ไม่ได้มีแค่เรากับพี่เขานะคะ  ผู้โชคดีที่เคยโดนมาก่อนน่ะมีค่ะ  ไม่น้อยเลยแหละ  เดี๋ยวจะหาว่าเรารวมหัวกับพี่เขาใส่ความเพื่อนคุณ

ขอยกประโยคนี้ลงมาด้วย 

ความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ก็หวังว่าเจ้าตัวจะรู้ดีแก่ใจที่สุด

เรารู้ดีแก่ใจเสมอค่ะ  ขอบคุณที่เตือน  แล้วก็ขอให้คุณเองก็รู้ดีด้วยเช่นกัน  ว่าความจริงมันเป็นยังไง 

จบเอนทรี่นี้แค่นี้  ถ้าให้ดีก็อย่ามายุ่งกันอีกเลย  สวัสดีค่ะ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เมื่อคืนบอกว่าไปงีบ แต่เอาเข้าจริงพี่ก็ได้นอนแค่ไม่กี่ชม.เองล่ะ = =".... ตี 4 กว่าแล้วตื่นมาตอน 6 โมงครึ่งเนี่ย.... เฮ้อ.... ตอนนี้พี่หลายความรู้สึกนะ โกรธ เคือง เสียใจ ท้อ เหนื่อย เสียความรู้สึก


ทุกอย่างเลยที่พยายามคิดที่เมื่อวานได้คุยกับน้าเขามันมลายหายไปเลยล่ะ หายไปเลยจริงๆ เขาไม่เคยใส่ใจอะไรเลยว่ารอบตัวเขาคิดอะไรอยู่... แล้วโดนบอกว่าใส่ไข่อีก...

ตอนนี้หมดเรี่ยวแรงเลยจริงๆ... ใครจะเชื่อยังไงก็ตามแต่ใจเขาแล้วล่ะ แต่พี่ท้อแท้จริงๆล่ะ....


พรุ่งนี้พี่สัมภาษณ์ 9 - 12 โมงงับที่ตึกสุโขทัย ถ้ายังไงก็ติดต่อกันอีกที....

#1 By [AyaFee] ♥ [Byanism] on 2009-11-05 07:29

สู้ๆ

ถึงไม่ค่อยเข้าใจ แต่จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
คิดซะว่าซวยส่งท้ายปีเนอะ
แล้วปีหน้าสิ่งดีๆก็จะเข้ามาหาเอง เย้!cry

#2 By Yami KID on 2009-11-05 16:58

ผมพอจะเข้าใจอยู่นะ อาการนี้ผมก็เจอคล้ายๆกัน

คือเมื่อครึ่งปีก่อน มีพี่ที่ผมค่อนข้างเคารพในบอร์ดคอบแห่งหนึ่ง ได้แนะนำผมให้คนๆนึงครับ ให้ช่วยแก้ปัญหาคอมให้เค้าที ผมก็เลยให้เบอร์โทรไป แล้วก็สอนวิธีแก้กันผ่านโทรศัพท์และ MSN จนเสร็จ ก็นึกว่าจบไปแล้ว
หลังจากนั้น พี่แกโทรเข้าเครื่องผมทุกวัน ไม่เลือกเวลา (เช่นโดนอ.ที่สอนไล่ออกจากห้องเล็คเชอร์เพราะดันลืมปิดเสียง หรือโทรมาตอนที่ผมผ่าตัดแล้วเพิงฟื้นมาตอนตีสี่) จนผมทนไม่ไหว เลยใช้โปรแกรมมือถือทำเบอร์นั้นเป็นแบล็กลิสต์ไว้ จนเงียบไปพักใหญ่

แล้ว ผมดันลืมเรื่องนี้ไปได้ จนกระทั่งผมเปลี่ยนมือถือใหม่ที่มันลงโปรแกรมไม่ได้ มันก็มาอีกแล้ว ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้จะจัดการหมอนี่ยังไงดี เพราะจะไปด่าหมอนี่ตรงๆเลย ก็เกรงใจพี่ที่แนะนำมาน่ะครับ

#3 By YakuzaInLove on 2009-11-05 18:53

อ่านแล้วพอจับใจความได้หน่อย..?!wink

อันที่จริงทุกอย่างก็ต้องมีความพอดีนะคะ การที่จะเดินเข้าหาใครก็ต้องมีความพอดี ไม่ใช่ไม่ดูตาม้าตาเรือตาขุนตาโคนจะตื้อเท่านั้นที่ครองโลกมันก็ไม่ใช่เรื่อง

เซว่าเขียนแบบนี้ให้เขาอ่านก็ดีค่ะ อย่างน้อยที่สุดเขาก็จะได้รู้ว่าทำไม ทำไมและำทำไมopen-mounthed smile

ยังไงก็ใจเย็น ๆนะคะ it's gona be fine...!double wink

#4 By ฺBear-killer on 2009-11-05 20:41

เฮ่อๆๆ ไม่คิดว่าจะกล้าพูด...

รู้สึกว่าคิ-ปิ๊บ- ขี้โกหกมากขึ้นทุกที เริ่มไม่เเชในหลายๆเรื่องที่เขายกอ้าง

และเรื่องที่มีคนมาแก้ตัวแทน ก็ไม่เชื่อ เชื่อสัญชาตญาณการรับรู้ของตัวเองมากกว่า

คว่ำบาตรอยู่แล้ว หยุดยุ่งเกี่ยวและข้องแวะกันอีกตลอดไป

ไว้คราวหน้าเราไปเฮระบายความเครียดกันนะพี่ซาเรน

#5 By othila on 2009-11-05 20:59

เรื่องจบซะที
Live long and prosper ค่ะ

#6 By talalan on 2009-11-07 10:31