Anime Thai Sub - Ayakashi Bake Neko (Second Chapter)
posted on 02 Nov 2009 04:24 by sarren
รู้สึกเหมือนว่าดองซับไปนานมาก (จริงๆก็ไม่ได้รู้สึกหรอก ดองจริงๆ) อันด้วยว่าเดือนที่แล้วติดสอบค่ะ สอบมันเข้าไป ตะบี้ตะบันมันทั้งเดือน พอสอบเสร็จก็แอบอู้มานอนหายใจทิ้งอีกเกือบอาทิตย์ กว่าจะได้ฤกษ์คว้าเอาเรื่องนี้มาทำต่อ (ขอบคุณท่านอานที่ช่วยทวงด้วยนะคะ ไม่งั้นก็คงจะอู้มันอยู่อย่างงั้นแหละ)
จากคอมเม้นท์เอนทรี่ก่อนมีคนถามถึงอนิเม Ayakashi ตอนที่ 1 เผื่อจะยังมีคนงงอยู่ อนิเมเรื่องนี้เป็นอนิเมซีรีย์ที่มีสามเรื่องค่ะ ซึ่งแต่ละเรื่องเนื้อหาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ซึ่งตอนที่เราเลือกแปลคือ Bake Neko เป็นเรื่องสุดท้ายของอนิเมชุดนี้เลยค่ะ (ไม่ได้แปลเรื่องอื่นๆเน่อ แปลมาแต่คนขายยาด้วยความลำเอียงส่วนตัว) เพราะฉะนั้นถ้าอยากดูตอนแรกต้องค้นเอาในเว็บอนิเมค่ะ แต่มีแต่ซับ Eng นะ ส่วนถ้าเข้าใจผิดว่าเรื่อง Bake Neko นี้ ทำไมจู่ๆโผล่มาตอนเก้าเลย ก็ขอบอกไว้ว่านั่นเป็นตอนที่เก้าในซีรีย์ชุดนี้ แต่ก็เป็นตอนแรกของเรื่องนี้ด้วยค่ะ (ยิ่งพูดจะยิ่งงงหรือเปล่า)
งวดนี้แปลออกมาแล้วออกจะติดๆขัดๆเรื่องสำนวนและประโยคที่ถกเถียงกันไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะตอนที่ซามูไรสองคนตั้งท่าจะกัดกันนั่นแหละ งัดแต่ละคำออกมานี่ออกแนวสุภาพแต่จิกๆกัดๆกันเห็นๆ เราที่ปกติก็แปลง่อนแง่นๆอยู่แล้วก็ได้แต่กุมขมับกันไป แล้วก็ร้องหาคนมาช่วยดูต่อว่ามันพูดอะไรกัน ฮาา (นี่สินะที่เขาพูดกันว่าคนโง่มักจะฟังที่คนฉลาดพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง?) ใครที่เคยโดนเราถามเรื่องการแปลกับการใช้คำไปต้องขอบคุณมากๆเลยค่ะ ไม่งั้นเราก็คงต้องงมกับบางประโยคอยู่อีกนาน
แปลเป็นยังไง เหมาะสมหรือไม่ อ่านรู้เรื่องมั้ย ติชมมาได้นะคะ จะได้แปลดีๆขึ้นไป (Bake Neko ตอนก่อนกลับไปดูแปลผิดบานเลย ทั้งที่เช็คดีแล้วเชียวนะ)
[Click image for full image]
File : Ayakashi Bake Neko (Second Chapter)
Size : 169 mb
Credit file & Sub eng : gg fansub
Thai Translator : Sarren
Download : >>จิ้มที่นี่<< (อัพรวมกับตอนเก่าด้วยค่ะ เราจะอัพเพิ่มลิงค์นี้ลิงค์เดียวนะคะ)
เช่นเดิมว่าสำหรับคนที่อยากจะเอาไปเผยแพร่ต่อ ขอให้แจ้งไว้ด้วยนะคะ แล้วก็ขอให้ลงเครดิตเจ้าของไฟล์ไว้ด้วยค่ะ เพราะเราไม่ได้เอาแบบ Raw มาทำ มันหาไม่ได้ค่ะ (ไปคุ้ยรอบสองมาก็ยังหาไม่ได้ ท่าทางตอนสามจะได้ฝังซับทับลงไปเลยแหงๆ)
เนื่องจากว่าตอนก่อนที่แปลมีจุดผิดอยู่มาก (ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องชื่อ) หลังจากแปลตอนที่สองเสร็จเราก็ได้กลับไปแก้จุดที่ผิดกับจุดที่ดูแหม่งๆแล้ว เราจะอัพไฟล์อันที่แก้ใหม่นี้ให้ด้วยนะคะ ใครอยากได้แบบที่แก้แล้วนี่ก็โหลดใหม่ได้ค่ะ (แต่ถ้าคิดว่ายุ่งยากหรือเน็ตไม่อำนวยจะไม่โหลดก็ตามใจเน่อ อันนี้แค่แก้เรื่องชื่อกับบางประโยคเฉยๆ คำแปลส่วนมากยังเหมือนเดิม) ที่ลิงค์บนนี่เลยค่ะ อัพรวมกับตอนสองไว้แล้ว
อันนี้เป็นโซนบ่นของเจ้าของบล็อก ไม่มีสาระ มีแต่อารมณ์ล้วนๆ
รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนประเภทที่ดึงดูดคนแปลกๆให้เข้าหา...มากกกก = ="
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เราเจอคนคล้ายๆแบบนี้ (รอบก่อนก็หนีอยู่นานกว่าจะพ้น) คิดว่าเพราะตัวเองเป็นพวกความรู้สึกช้าด้วยกว่าจะรู้ตัวก็เลยกินเวลาซะ (คราวนี้จะหนียังไงดีนะ)
เรารู้จักกับคนๆนึงราวๆเดือนถึงสองเดือนก่อนค่ะ เจอกันในงานการ์ตูนเพราะเขาไปอยู่ในบูธของคนรู้จักเลยได้คุยกัน เราเองเห็นเขาเข้าไปนั่งอยู่ในบูธก็เลยเข้าใจไปว่าเขากับคนรู้จักเราสนิทกัน ลงท้ายเขาขอเบอร์ก็เลยให้ไป เขาถามว่าถ้าจะโทรคุยกันนี่ได้มั้ย เราเองก็ไม่ได้ปฏิเสธไปแต่คิดว่าจะไม่เป็นฝ่ายโทรไปแน่ๆ เพราะไม่สนิทกันโทรไปก็ไม่่รู้จะคุยอะไร แล้วอีกอย่างก็คือเราไม่ชอบการจ้อโทรศัพท์นานๆ
ผ่านมาซักพักเขาก็โทรมาจริงๆ ตอนคุยกันแรกๆก็ยังปกติดีอยู่ ถึงจะแอบรำคาญที่เขาโทรมาประจำเกือบทุกวันกับที่ชอบคุยนานแต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรไป เพราะเราเป็นคนให้เบอร์เขาไปเอง แล้วก็เป็นคนอนุญาตให้เขาโทรมาได้เองด้วย มีหลายครั้งที่คิดจะตัดบทแล้ววางเขาก็จะพูดขึ้นมาว่าไม่ได้รำคาญที่เขาโทรมาคุยด้วยใช่มั้ย ลงท้ายเลยไม่ได้ทำอย่างใจคิดซักที
วันนึงแบตมือถือเรากำลังจะหมดแล้วเขาโทรมา พอกดรับมันก็ดับพอดี พอเราเอาไปชาร์ตแล้วเปิดเครื่องใหม่พักเดียวก็โทรมาอีก แต่เรายุ่งอยู่กับงานเลยใช้หลานไปรับ หลานรับมือถือเราไม่เป็นก็เลยกลายเป็นว่ากดตัดสายไปซะ แต่แทบจะทันทีเขาก็โทรกลับมาอีก ไอ้เราก็นึกไปว่าคงจะมีเรื่องด่วนถึงได้โทรมาติดๆกันตั้งสามครั้งก็เลยไปรับเอง แล้วก็กลายเป็นว่าไม่มีอะไรเลย แค่โทรมาคุยเล่นๆ ถามเรื่องฟิคหรือโดจินในงานการ์ตูนว่างานหน้าจะมีใครออกอะไรบ้าง จองให้ได้หรือเปล่า เราจะไปงานไหน (เขาจะได้ไปด้วย) แล้วคนอื่นๆจะไปงานไหน ถ้ามีอะไรออกจองให้เขาเลยนะ แทบจะมาเป็นชุดเลย
เอ่อ...รู้สึกว่าเราเพิ่งจะเจอกันได้สามสี่ครั้งเองนะ
พอใช้เสร็จก็พูดนู่นพูดนี่นานมาก (แต่ละเรื่องที่พูดนี่ก็แปลกๆ อย่างอุปโลกน์ตัวละครในการ์ตูนว่าเป็นสามีเขาอะไรแบบนี้) เราจะขอไปห้องน้ำบอกเขาให้วางไปก่อนก็ได้พอกลับมาเขาก็ยังไม่วาง พูดนานจนสุดท้ายเราต้องขอตัดบทเองเพราะจะกินข้าวกับทำงานต่อนั่นแหละเขาถึงได้วาง (จริงๆคือบอกปุ๊บเรารวบรัดกดวางเลย) ตอนนั้นนี่เริ่มหงุดหงิดแล้วแต่ยังไม่ได้พูด คิดว่าปล่อยไปก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที
แล้ววันนั้นพอทำงานไปเกือบเสร็จก็ได้นอนเอาตอนเจ็ดโมงเช้า นอนไปจนราวๆ 11 โมงเขาก็โทรมาอีก แต่คราวนี้ง่วงมากเพราะเพิ่งได้นอนเลยกดปิดเสียงแล้วนอนต่อ (ปิดเสียงแบบกดปิดฉุกเฉินน่ะ เสียงจะเงียบไปหนึ่งครั้งที่โทรมา ถ้าครั้งต่อไปมีใครโทรมาเสียงก็จะกลับไปดังอย่างเดิม) แต่เขาก็ยังโทรมาไม่หยุด โทรจิกมาห้าครั้งจนแม่เราต้องเดินมาถามว่าจะให้จัดการให้มั้ย เราไม่อยากให้แม่ลงมาพูดเองเลยอาศัยจังหวะตอนเขาหยุดโทรแป๊บเดียวกดปิดเครื่องไปเลย (หลังจากนั้นพอเพื่อนโทรมาเลยไม่มีใครโทรติดซักคน) พอช่วงบ่ายกะว่าผ่านไปหลายขั่วโมงแล้วคงไม่เป็นไรเลยเปิดเครื่องอีกรอบ พอเปิดปุ๊บแทบจะทันทีเขาก็โทรมาอีก (นี่โทรจิกตลอดไม่หยุดเลยใช่มั้ยเนี่ย?) ดังอยู่สามครั้งเราเลยกดปิดรอบสอง (แล้วก็ปิดมาเรื่อยจนถึงตอนนี้) ตอนนั้นนี่แหม่งๆแล้วว่าทำไมจะต้องโทรจิกกันขนาดนี้
จนกระทั่งได้ไปออนเอ็ม คนรู้จักกันเขาก็ออนมาพอดี อีกฝ่ายก็บอกว่าเขาเองก็โดนโทรจิกเหมือนกัน เพื่อจะถามเรื่องฟิคที่ฝากเราจอง แล้วก็บอกอีกฝ่ายให้ไปแล้วด้วยว่าเราจองให้ไม่ทัน ขนาดของตัวเองก็ยังไม่ได้่ เขาก็เอาแต่พูดว่าไม่ทันเหรอ ไม่มีจริงๆเหรอ ทำไมไม่จองให้ล่ะ งั้นจะรีปริ้นท์เมื่อไหร่ (เพิ่งจะพิมพ์ยังไม่ทันขายเลยเนี่ยนะ?) อยู่สองสามรอบจนคนรู้จักเราต้องตัดบทเพราะยุ่งอยู่ พักเดียวเขาก็โทรมาอีก คราวนี้เอาผู้ปกครองโทรมา ถามแบบเดียวกันเป๊ะๆ พออธิบายไปอีกรอบผู้ปกครองเขาก็เลยบอกว่างั้นถ้ามีแล้วให้โทรไปบอกด้วย แล้วก็วางสายไปเลย นี่คนขายต้องโทรไปบอกบริการให้ถึงขนาดนั้น? (แล้วที่เอาผู้ปกครองมาพูดใส่ตามที่ตัวเองต้องการเนี่ย มันคุกคามไม่ใช่เหรอ)
เราถามคนรู้จัก ก็ได้คำตอบมาว่าไม่เคยสนิทกับคนๆนี้เลย แต่แรกเขาเข้ามาเนียนเอง เข้ามาอยู่ที่บูธเอง จะไล่ก็ไม่ได้ (เขาเอาผู้ปกครองมางานการ์ตูนด้วยตลอด) อยู่ๆมาเนียนตีซี้ เนียนนั่งในบูธ เนียนกับคนอื่นๆว่าเหมือนสนิท เนียนออกไปกินข้าวกับคนอื่นเป็นกลุ่มๆด้วย บางทีเนียนเอาของคนอื่นไป แล้วไม่ได้ทำแบบนี้กับคนรู้จักเราคนเดียว เขาทำแบบนี้มาแล้วสองสามบูธก่อนจะโดนระเห็จออกมา
นี่ขาดแคลนเพื่อนอะไรขนาดนั้น?
แล้วเวลาคุยกับเรานี่ก็จะยกเรื่องตัวเองขึ้นมาเล่าให้ฟังเสมอ เล่าเรื่องครอบครัวที่ไม่ได้อยากจะฟัง (แม้ว่า่ตอนฟังครั้งแรกจะแอบเห็นใจ) แต่ไอ้ที่ได้ยินจากโทรศัพท์แบบบังเอิญนั่นมันอะไรฮะ? โกหกเหรอ? พูดมานี่แยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนจริงอันไหนโกหกบ้าง รู้แต่ว่าคุณรังควานเรามากๆ คุกคามคนรู้จักเรามากๆ เราไม่กล้าเปิดมือถือแล้วเพราะเดี๋ยวคุณจะโทรมา แล้วไอ้นิสัยที่พอโทรมาเบอร์นึงไม่รับก็เปลี่ยนเบอร์ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะรับน่ะขอทีเถอะ ปกติเราก็ไม่ค่อยรับเบอร์ที่ไม่ได้เม็มไว้อยู่แล้ว โทรมายังไงเราก็ไม่รับ อายุคุณก็มากกว่าเราซะอีก นี่คิดว่าตัวเองทำอะไรอยู่
ฟิคที่สั่งให้จองไปถามคนรู้จักก็บอกว่าซื้อไปเขาก็ไม่ได้อ่าน ซื้อไปไม่อ่านเอาไปกองทิ้งไว้เพื่ออะไรคะ เราลำบากจองให้เพราะคุณบอกว่าอยากได้ คนแต่งเขาแต่งมาก็อยากให้คนอ่านชอบ แล้วคุณที่ไม่อ่านเอาไปกองไว้เนี่ยเพื่ออะไร เอาตามใจตัวเองจนกว่าจะได้ โทรจิกจนกว่าจะรับ พอไม่ได้อย่างที่ต้องการก็เอาผู้ปกครองขึ้นมาคุกคาม เดี๋ยวนี้จะไปงานการ์ตูนทีต้องมานั่งพะวงว่าคุณจะมาหรือเปล่า ผู้ปกครองคุณจะมาด้วยไหม แล้วถ้าอยู่ๆคุณไม่พอใจขึ้นมาคุณจะทำอะไรหรือเปล่า (ได้ยินมาว่าถ้าไม่ดั่งใจก็จะทุบตีแล้วก็ร้องไห้ไม่จบไม่สิ้น) ไม่ใช่แค่เราคนเดียวด้วย เป็นตามกันไปหมด นี่กลัวจริงๆแล้วนะ อย่ารังควานกันจะได้ไหม
เคยโดนคล้ายๆแบบนี้มาแล้วครั้งนึง ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะหนีพ้น นี่ต้องมาเจออีกแล้ว แถมหนักกว่าเก่าอีกต่างหาก นี่ฉันมีอะไรที่ไปดึงดูดคนประเภทนี้รึไง ไม่จบไม่สิ้นมันซะที
มือถือก็คงต้องปิดมันต่อไปอีกซักพัก...
ปล. ทำตอนนี้เสร็จแล้วกะจะทำตอนสามต่อเลย คิดว่าอีกราวๆอาทิตย์นึงตอนสุดท้ายก็จะเสร็จค่ะ (ถ้าไม่อู้จนเปิดเทอมซะก่อนนะ)
ปล2. จะว่าไปรู้สึกเหมือนได้ปิดเทอมจริงๆอยู่สองอาทิตย์เอง แย่จริง เปิดเทอมแล้วจะเอาเวลาที่ไหนมานอนตื่นสายล่ะเนี่ย?
ปล3. พิมพ์ๆอยู่แล้วไฟดับ! ลืมเซพด้วย! ว้ากกก! ทำไมหลังๆมันดับบ่อยจังนะ ฝนก็ไม่ได้ตกซักหน่อย
ส่งท้าย...
จะสมหวังซักข้อมั้ยนะ โดยเฉพาะไอ้ข้อแรกเนี่ย....


สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ
#1 By ชื่อไม่สำคัญเท่าความรู้สึก on 2009-11-02 19:07