[Short Fic Star Trek] Kirk X Spock / Mccoy

posted on 28 May 2009 01:30 by sarren

 

Fan Fiction : Star Trek

Title : เอ่อ...ยังไม่ได้คิดแฮะ

Author : Sarren

Pairing : James T. Kirk X Spock / Mccoy

Genre : Romance ...(อาจจะนะ)

Warning : Spoil Movie Star Trek 2009 

Summary : อ่านฟิคของคุณเรนแล้วเกิดอาการจิ้นหยุดไม่อยู่ เลยขอจิ๊กพล็อตของคุณเรนมาเสริมต่อ + ปรับอะไรนิดหน่อย (จริงๆก็แค่อยากจะเขียน Side ของแต่ละคนนั่นแหละ) และที่สำคัญก็คือ...มันมากับความเมา ^^

 

++++++++++++++++++++++++++

 

เคิร์กกำลังปวดหัวอย่างหนัก

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่แค่ปวดหัวหรอก เขายังรู้สึกว่าตามันคันๆ หายใจไม่สะดวก ตัวหนักๆ แถมด้วยอาการคลื่นไส้เหมือนอยากจะพุ่งเอาของเก่าออกมาจากท้องอีกต่างหาก เขาถอนใจหนักระหว่างนอนแผ่พังผาบอยู่บนเตียงในห้องพักของตัวเอง นึกอยากจะเอามือขึ้นมาก่ายหน้าผากซักข้าง แต่อาการปวดแขนตุบๆราวกับโดนใครซักคนเหวี่ยงมันไปกระแทกกับอะไรแข็งๆตามด้วยกระทืบซ้ำทำให้เขาได้แต่จ้องมองมันตาปริบๆ ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย ด้วยกลัวว่าถ้าออกแรงทำอะไรไปอาจจะไปทำให้มันหลุดออกมา หรือกลายเป็นอะไรซักอย่างที่หนักซะยิ่งกว่าเดิม

กัปตันหนุ่มกวาดตามองห้องทรงสี่เหลี่ยมกว้างที่ไม่ค่อยจะเป็นระเบียบซักเท่าไหร่ของตนเอง เขาได้มันมาหลังจากขึ้นเป็นตำแหน่งกัปตันประจำยาน U.S.S Enterprise ได้ไม่นาน และก็เพิ่งได้มีโอกาสเปิดซิงลองใช้เป็นครั้งแรกทันทีที่กลับจากการสำรวจอวกาศเมื่อหกวันก่อน เพียงไม่เกินสามวัน จากห้องสะอาดสุดหรูก็กลายสภาพเป็นห้องรกรุงรังชนิดที่แม็คคอยเข้ามาเห็นแล้วยังต้องยกให้เป็น “ห้องที่ขาดสุขอนามัยที่ดี” ไปเลยทีเดียว

‘ก็อย่างว่า นายเป็นหมอนี่นะ’ เคิร์กในตอนนั้นเอาสีข้างเข้าถูก่อนจะยักไหล่ไม่ใส่ใจ ราวกับต้องการบอกเป็นนัยๆว่า นายต่างหากที่รักสะอาดจนเกินไป

เคิร์กถอนใจ เขาเพิ่งจะเข้าใจประโยคของแม็คคอยจริงๆเอาก็วันนี้ หลังจากที่ต้องทนอุดอู้อยู่แต่ในห้องนี้มาสามวันเต็มๆโดยไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีการออกไปเดินเล่น ไม่มีการออกไปหลีสาว ไม่มีกระทั่งอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจ เนื่องจากมันเต็มไปด้วยกลิ่นของเบียร์ที่เหลือกองอยู่บนโต๊ะ กับกลิ่นของสปาเก็ตตี้รสชาติเฮงซวยที่เขาโยนทิ้งลงถังขยะไปเมื่อสี่วันก่อน รวมกันกลายเป็นกลิ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มอาการคลื่นไส้ให้เขาอยู่ในตอนนี้

“เซ็งฉิบ” เขาบ่นออกมาเบาๆขณะเลื่อนสายตากลับมามองเพดานสีขาวตามเดิม เพดานที่เขาเฝ้ามองมันมากจนคิดว่าเห็นทุกลายแตก เห็นทุกลวดลายโครงสร้างของมันแล้ว ตอนนี้ความต้องการของเขามีเพียงอย่างเดียว คือการหายป่วยแล้วได้ออกไปจากห้องนี้เสียที ออกไปแฮงค์เอาท์ข้างนอกในขณะที่ปล่อยให้คนทำความสะอาดเข้ามาจัดการมันให้กลับมาเป็นห้องที่มนุษย์สามารถอยู่อาศัยได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าสิ่งที่คิดนั้นจะเป็นไปได้ยากก็ตาม เพราะต่อให้เขาฉีดวัคซีนรักษาซะตอนนี้ ก็คงไม่พ้นว่าต้องนอนพักไปอีกซักสามวันเพื่อแก้อาการแพ้วัคซีนอยู่ดี

คิดแล้วก็ให้เหนื่อยหน่าย ตลอดสามวันมานี้เคิร์กแทบไม่ได้พบกับใครเลย เว้นเสียก็แต่คุณหมอเพื่อนซี้ที่คอยจะเดินเข้าๆออกๆห้องนี้อยู่เป็นระยะเพื่อสังเกตอาการของเขา ซึ่งโดยมากจะมาตอนช่วงเช้าและเย็น เคิร์กเหลือบมองนาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียง มันเพิ่งจะบ่ายสามนิดๆเองด้วยซ้ำ

และในระหว่างที่กัปตันแห่งยาน Enterprise กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะลองฝืนสังขารของตัวเองออกไปข้างนอกห้อง หรือจะยอมรับชะตากรรมแล้วทนนอนอุดอู้อยู่ในห้องเน่าๆนี่ต่อ เสียงเคาะเบาๆก็ทำให้เขาต้องหันไปให้ความสนใจกับประตูเสียก่อน

“ขออนุญาตครับ กัปตัน”

เสียงทุ้มๆนุ่มๆลอดออกมาจากหลังประตูบานนั้น

เคิร์กฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะตะโกนด้วยเสียงแหบแห้งเท่าที่มีตอบรับให้อีกฝ่ายเข้ามาได้ จากนั้นจึงยันกายขึ้นพิงกับหัวเตียง คิดอย่างพึงพอใจกับตนเองระหว่างที่อดใจรอให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามา

แต่จะว่าไป...ทนอยู่ในห้องนี่มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นหรอกน่า

 

++++++++++++++++++++++++++

 

สป็อคกำลังสงสัย

เขาได้รับแจ้งจากนายแพทย์แม็คคอยตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนว่ากัปตันของเขาป่วย และต้องนอนพักอยู่แต่ในห้องพักส่วนตัว อันที่จริงเขาก็ไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรมาก เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนอย่างเจมส์ ที เคิร์ก ที่ทั้งเลือดร้อน ทั้งอึด แถมยังแข็งแรงจนโรคภัยแทบจะไม่มากล้ำกรายจนดูเหมือนคนตายยากคนนั้นอยู่ดีๆจะมาป่วยเอาเสียได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นบนยาน เขายังเห็นอีกฝ่ายพูดจากวนประสาทเขาเป็นที่สนุกสนานอยู่เลย

ผู้การหนุ่มขมวดคิ้ว ขณะเดียวกันก็ก้าวยาวๆไปตามทางเดินที่เปิดโล่ง นายทหารที่ยศต่ำกว่าเขาต่างก็พากันหลีกทางให้พร้อมด้วยการยืนตรงทำความเคารพ สป็อคพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะก้าวต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ

ไม่ว่าจะคิดอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่สมเหตุสมผล ต้นเรือคนเก่งแห่งยาน U.S.S Enterprise คิดกับตัวเอง เขาไม่อยากจะคิดแบบนั้น เพราะมันออกจะอคติกับอีกฝ่ายมากจนเกินไป แต่ยังไงอาการป่วยกับคนอย่าง เจมส์ เคิร์ก ก็ดูจะไม่เข้ากันเสียจริงๆ ที่สำคัญคือระยะเวลาที่ป่วยมากถึงสามวัน บางทีโรคที่กัปตันของเขาเป็นอาจจะเป็นโรคชนิดใหม่ที่ยังไม่มีการค้นพบ บางทีเขาอาจจะต้องไปเตือนหมอแม็คคอยเสียหน่อยว่าให้ลองกักตัวกัปตันเคิร์กเอาไว้ เผื่อว่าโรคนั้นจะสามารถติดต่อไปสู่คนอื่นๆได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

สป็อคก้าวยาวๆอีกสองถึงสามก้าว จากนั้นจึงเลี้ยวซ้ายเมื่อพบทางแยกข้างหน้า แล้วก็เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง โดยไม่ได้ตั้งใจ เขาพบว่าตนเองมายืนอยู่หน้าบานประตูสีขาวที่คุ้นตาทว่ามันไม่ใช่ห้องของตัวเอง ซึ่งเขานึกรู้ได้ในทันที เพราะตัวอักษรตรงหน้าที่สลักไว้เสียเด่นชัดเป็นคำว่า เจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ก

ร่างสูงของชายหนุ่มลูกครึ่งมนุษย์และวัลแคนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจในเสี้ยววินาทีผินกายกลับเพื่อตรงไปยังห้องพักของตนเอง ชนิดที่หากเขาย้อนกลับมาคิดหาคำตอบทีหลังก็คงจะแปลกใจกับตัวเองเป็นแน่ ว่าเหตุใดเขาถึงได้ตัดสินใจออกไปโดยใช้ความรู้สึกก่อนที่จะเป็นเหตุเป็นผลเหมือนเช่นทุกที

ทว่าสป็อคเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดฝีเท้าลง ดวงตาสีดำเข้มหลุบลงต่ำคล้ายชั่งใจ จากนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับมามองยังประตูบานเดิม จ้องมันอยู่นานราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงตัวห้องด้านใน จากนั้น...เขาจึงทำสิ่งที่เขาคิดว่าไม่สมเหตุสมผลที่สุดในชีวิตนี้ เขายกมือขึ้น อย่างช้าๆ และตัดสินใจเคาะมันลงไปเบาๆ

“ขออนุญาตครับ กัปตัน”

เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาที่นี่ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใส่ใจกับอาการป่วยของเคิร์ก ไม่มีกระทั่งเหตุผลที่ว่าทำไม...เขาถึงต้องมาเสียเวลาคิดเหตุผลกับเรื่องทั้งหมดนี้ด้วยซ้ำ แต่ว่า...

เสียงของเคิร์กตอบรับดังออกมาจากภายในห้อง

ไม่ว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ เขาคิดว่าเรื่องนี้...เอาไว้คิดอีกทีหลังจากที่เขาพบกับอีกฝ่ายแล้วก็ได้

 

++++++++++++++++++++++++++

 

แม็คคอยกำลังหงุดหงิด

นายแพทย์ใหญ่ประจำยาน Enterprise กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านระหว่างที่หยิบเข็มฉีดยาและวัคซีนที่ใช้สำหรับการรักษาใส่ลงในกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมอย่างรีบเร่ง ด้วยเพราะในเวลานี้เขาควรจะไปพบกับเคิร์ก เพื่อนซี้ควบตำแหน่งหัวหน้ายานที่เขาสังกัดได้แล้ว อันที่จริง เขาว่าจะไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน แต่ถูกคนไข้รายหนึ่งรั้งตัวไว้ด้วยเหตุผลงี่เง่าที่เจ้าตัวคิดไปเองว่าเป็นงูสวัดเอนโดเรี่ยน ทำให้เขาต้องเสียเวลาอธิบายอยู่นานถึงความแตกต่างระหว่างอาการเป็นไข้สูงธรรมดา กับอาการตัวร้อน ตาลาย ซึ่งเป็นผลมาจากโรคติดต่ออันน่ากลัวข้างต้น

ชายหนุ่มสบถ ขณะออกวิ่งตรงไปยังห้องพักของเคิร์กที่แทบจะเรียกได้ว่าอยู่กันคนละฟากฝั่งกับหน่วยพยาบาล พร้อมกับที่ในใจก็นึกสรรเสริญคนออกแบบโครงสร้างอาคารที่แยกตำแหน่งที่พักของเหล่าเจ้าหน้าที่ชั้นสูงกับสถานพยาบาลให้ห่างกันมากเสียขนาดนี้ เพราะหากมีเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินขึ้นมา เห็นทีว่ากว่าจะส่งคนไข้มาถึงที่นี่ก็คงได้เสียชีวิตกันกลางทางเสียก่อนแน่

ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ แม็คคอยก็เปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็นเดิน ถอนหายใจหนักขณะที่คิดว่าเห็นทีคราวนี้ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องบังคับพาเจ้าเพื่อนตัวดีย้ายไปพักที่หน่วยพยาบาลให้ได้ เพราะเดาได้ไม่ยากว่าหลังจากที่ฉีดวัคซีนให้แล้ว เจ้าตัวก็คงจะเกิดอาการแพ้ตามมาให้ต้องยุ่งยากรักษากันต่ออีก การย้ายไปทำการรักษาที่นั่นจะสะดวกสำหรับเขาที่ประจำอยู่หน่วยพยาบาลมากกว่า แล้วที่สำคัญก็คือ เขาคิดที่จะติดต่อให้คนทำความสะอาดเข้ามาจัดการกับห้องของเคิร์กเสียด้วย เพราะครั้งล่าสุดที่เขาเข้าไป ห้องนั่นรกสกปรกมากเสียจนคาดไม่ถึงว่ามันเพิ่งถูกใช้งานมาแค่หกวัน

แม็คคอยหรือในอีกชื่อหนึ่งคือโบนส์ ที่มีเพียงเจมส์ เคิร์กเท่านั้นที่เรียก จัดการเปิดกระเป๋าทั้งๆที่ยังไม่ถึงที่หมายเพื่อเตรียมพร้อม ก้มลงกวาดสายตาตรวจเช็คอุปกรณ์ที่จะใช้ในการรักษาว่านำมาครบถ้วนดีหรือไม่ ยิ้มบางๆอย่างพอใจเมื่อพบว่าอาการรีบร้อนของเขาไม่ได้ทำให้ลืมหยิบสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปด้วย จากนั้นจึงปิดกระเป๋าลงตามเดิม พร้อมกับเงยหน้าขึ้น ก็พอดีกับที่ชายหนุ่มเดินเลี้ยวตรงทางแยกสุดท้ายด้านหน้า

ทันทีที่ผ่านทางแยกออกมา สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้ต้องชะงักฝีเท้าลง

ร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้มอันเป็นเครื่องแบบของสตาร์ฟลีท ใบหูแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของคนเพียงคนเดียวบนดาวดวงนี้ ดวงตาสีเข้มเฉยชาเหมือนอย่างทุกครั้งจับจ้องไปยังบานประตูที่เขาจำได้แม่นว่าเป็นห้องของเคิร์ก เขาเห็นร่างนั้นยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ แล้วถ้าหากเขามองไม่ผิด เขาคิดว่าเขาเห็นอีกฝ่ายทำท่าคล้ายกับว่ากำลังลังเลใจอีกด้วย

“ตาฝาดแหงๆ”

โบนส์พูดกับตัวเองอย่างไม่เชื่อว่าเมื่อซักครู่เขาจะเห็นคนอย่างผู้การสป็อค แสดงอารมณ์ความรู้สึกอย่างการลังเลใจหรืออะไรก็แล้วแต่ออกมาจริงๆ ใช่ บางทีเขาอาจจะเหนื่อยมากเกินไปจนเห็นภาพหลอน หรือไม่บางที...เขาก็อาจจะติดโรคนั่นมาจากเคิร์กจนมันส่งผลต่อการทำงานของประสาทตาของเขา แม็คคอยตัดสินใจเดินกลับไปหน่วยพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกายของตัวเอง การตรวจรักษาคนไข้ทั้งที่ผู้ทำการรักษาอยู่ในสภาพไม่ครบสมบูรณ์เต็มร้อยย่อมไม่ส่งผลดี ทั้งยังผิดหลักจรรยาบรรพ์แพทย์ที่ควรทำอีกต่างหาก

นายแพทย์หนุ่มตัดสินใจพักเรื่องการรักษากัปตันของตนไว้ก่อน ในเมื่ออย่างไรเสียตอนนี้เพื่อนของเขาก็อุตส่าห์มีคนอื่นนอกจากเขามาเยี่ยมทั้งที ดังนั้นก็คงจะไม่เป็นไรถ้าเขาจะปล่อยให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันซักพัก ก่อนที่จะทำการย้ายตัวคนป่วยไปหน่วยพยาบาล เพราะเจ้าคนไร้อารมณ์ ตายด้าน อย่างเจ้าหนูผีหูแหลมตามอย่างที่เขาเคยแอบเรียก...อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงที่ทั้งที ถึงจะเพิ่งมาเอาหลังจากที่เขาแจ้งไปแล้วตั้งสามวันก็เถอะ

‘จะว่าไป จิมมันมาขอให้ฉีดยาป้องกันเชื้อไวรัสอีกทำไมนะ’ แผนเดิมที่เขาเคยใช้เพื่อช่วยให้เพื่อนคนนี้ได้ขึ้นยานไปด้วยกันขณะถูกพักการบิน จู่ๆหมอนั่นก็เข้ามาขอให้เขาทำแบบเดิมกับตัวเองซ้ำอีกครั้งหนึ่งเมื่อสามวันก่อน ทีแรกเขาก็ปฏิเสธ แต่เมื่อโดนตื๊อมากๆสุดท้ายก็ใจอ่อนยอมช่วยอีกจนได้ เหมือนอย่างทุกที แม้ว่าคราวนี้เขาจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่เคิร์กทำแบบนี้ก็ตาม

ชายหนุ่มคิดขณะเดินกลับออกมาทางเดิม ตรงสู่สถานพยาบาลอีกครั้ง

ว่าแต่ เอ...เขาบอกหมอนั่นไปรึยังนะ ว่าถ้าเกินกำหนดที่จะต้องฉีดวัคซีนภายในสามวัน หมอนั่นที่มีอาการแพ้วัคซีนง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็คงจะอาการหนักขึ้น จนสุดท้ายตัวก็จะบวมฉึ่งทั้งหมด ไม่ใช่แค่ที่มือแน่

แม็คคอยหันกลับมามองด้านหลังอีกครั้ง จากนั้นจึงยักไหล่เมื่อเห็นว่าคนที่เคยยืนอยู่หน้าห้องหายไปเสียแล้ว

‘เอาเหอะ ช่างมันละกัน’

 

 

End.

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


รีบมาอย่างว่อง กร๊ากกกกกก วายเห็ดโมเอะมันกระชากใจค่ะ กร้ากกก (เริ่มพูดจาภาษามนุษย์ไม่เป็นไปทุกขณะ)

ตอบจากในบล็อค
อยากอ่านซิค่ะ ไม่ต้องถามเลย ฮ่าๆๆ ที่ไม่อ่านมีเหตุผลเดียวคือมันเป็นฟิคอิง~ ขอฟิคอีกอันด้วยได้ไหมค่ะ ทำตาปิ้งๆ

เมนต์ฟิค

“ขออนุญาตครับ กัปตัน”

เสียงทุ้มๆนุ่มๆลอดออกมาจากหลังประตูบานนั้น <<< อ่านแล้วความโมเอะมันทะลุออกมายังไงบอกไม่ถูก กรั่กก (คนเมนต์เป็นเอามาก ฮา)

Part ของสป็อค ได้นิยามของเกะซึนมากกกกก มากกถึงมากที่สุด ความจริงเราก็เป็นพวกชอบเกะซึนเหมือนกันแหะ เพิ่งจะรู้ตัว ฮา ... คิดนู่น คิดนี้ แต่ความจริงก็ห่วงเขาใช้มะละ~ โมเอ้ 339% ตกหลุมความโมเอ้ของสป็อคจริงๆค่ะ ><!!!

พออ่านจบ part ของแม็คคอย ต้องรีบบวกคะแนนความโมเอะของสป็อค กร้ากก สรุปอ่านมาทั้งหมด ข้าพเจ้ามองเห็นแต่สป็อคค่ะ ฮา ..เจมส์แอบวางแผนน่ารักดีเหมือนกัน เคะๆ

คู่นี้สมเป็นคู่วายในตำนานจริงๆ เคะๆๆ

#1 By เฟียร์ . Fiar on 2009-05-28 22:19


กระโดดกอดรัดฟัดเหวี่ยง คุณ sarren
ไวดีจริงๆ (ฮา) ขอบคุณเจ้าค่ะ

เมนต์ฟิคค่า~

สป็อคน่าร้ากกกก สป็อคโมเอ้~ กรั่กๆๆ ขอสคีมดักคอตัวเองไว้ก่อน (ฮา)

สป็อคแอบพูดจิดกัดได้น่ารักมากค่ะ ...ที่บอกว่าไม่สมเหตุ สมผล ฮา
ในสายตาสป็อค เจมส์ดูเป็นคนน่ารักอยู่ไม่หยอกเลยจริงๆ เคะๆ

และตรรกะในความคิด เป็นแบบสป็อคๆ นี้มันช่างโมเอะเหลือเกินนน อ่านแล้ว
ยิ่งเพ้อ คู่นี้น่ารักจริงๆ เน้อ แต่อ่านช่วงแรกๆ แล้วแอบจิ้นเป็น สป็อคเจมส์ ไปหลายวูบ
แต่เอาจริงๆ แล้ว จะสป็อคเจมส์ก็ได้ค่ะ ขอแค่มีสป็อคเป็นพอ ฮ่าๆๆ (เมนต์ด้วยความลำเอียง)

ไม่ว่ายังไง ...หัวเห็ดก็ชนะเลิศศศศ อูอา

จะว่าไปคู่นี้ เอาจริงๆมันซึนทั้งคู่สินะ อีตาเจมส์หน้าหม้อ ทำออกไปขนาดนั้นยังบอก
ได้บอกเป็นมิตรภาพ สป็อคก็ไม่ต่างกัน ซึนกำลังสอง = น่ารักแบบเมพๆ

ชอบช่วงสองคนนี่จิกกัดกันด้วยประโยคสุภาพค่ะ น่ารัก โฮะๆๆ ตอนอ่านฟิคแล้ว
แอบจิ้นสป็อคในหนังหน้าแดง โอ้ยย น่ารัก !!!! ไม่มีคำไหนเหมาะกับสป็อคไปกว่าคำว่า
โมเอ้ และน่ารักจริงๆ ><!!!!

พออ่านถึง ตอนจบ มันน่าจะเป็น คำว่า ความรัก ก็จะช่วยนิยามตัวตนของพวกเรา
มากกว่าชอบกล ที่พวกแกทำอยู่น่ะ มันไม่เรียกว่าเพื่อนแล้ววว อ้ากกกกก
คำว่ามิตรภาพลูกผู้ชาย มันทรมานใจสาววายค่ะ เคี๊ยกๆ

เมนต์ไร้สาระมาก ขออภัยค่ะ ( ยังเรียกมันเป็นเมนต์ได้อยู่ไหมเนี่ย = =")

ยังไงก็ขอบคุณที่แบ่งปันฟิคมาให้อ่านนะคะ
ถ้ามีอีก ยังลืมนึกถึงเด็กโข่งตาดำๆ คนนี้ด้วยนะคะ ><

ปล ems ส่งไม่หมด ขอเมนต์ตรงนี้แทนนะคะ

#2 By เฟียร์ . Fiar on 2009-05-28 23:39

//ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง//

T[]T สป็อค!!สุดยอดหนุ่มซึนเดเระแห่งศตวรรษค่ะ!!! อร๊ายยยยยย
ขอบคุณมากๆนะคะที่ให้กำเนิดฟิคดีๆแบบนี้บนโลก //น้ำตาไหลพรากๆ//
ชอบภาษาที่ใช้จังค่ะ สวยแบบเรียบง่าย(อา เห็นได้ถึงความโปร)

อ่านพาร์ทสป็อคแล้วใจเต้นตึ๊กตั๊กๆๆ ด้วยความลำเอียงแบบพี่เฟียร์ ฮา
กัปตันลงทุนมากกกกก อ่านตอนท้ายแล้วก๊ากกกก สมน้ำหน้าค่ะคุ๊ณณณณ
คิดไม่ซื่ออออ พระเจ้าลงโทษ!
อยากเห็นสป็อคดูแลกัปตันตัวบวมค่ะ ฮ่าๆๆๆ


ปล......กล่องคอมเม้นต์ น่ารักได้อีกกกกก TT[]TT
สำลักความโมเอ้ของสป็อคขั้นร้ายแรง

#3 By ★ O*MIX ★ on 2009-05-29 00:39

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!
วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!
บึ้มมมม!!! /ระเบิดตัวเอง

,,>.<,,

น่ารักมากเลยอ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
น่ารักที่สุดแล้วจ้ะสป็อค นั่งยิ้มเหงือกแห้ง
ฮ่าๆ อ่านไปแล้วแบบ นึกหน้าออกเลยค่ะว่าทำหน้าไงอยู่เนี่ย ท่าทางอย่างงี้อะไรอย่างงั้น น่ารักที่สุดในอวกาศแล้วลูก

ชอบเจมส์รกดี จะแผนเยอะลงทุนไปไหนวะ แต่อย่างว่า อย่างสป็อคไม่มีแผนนี่เข้าไม่ถึง เหอๆ กรี๊ดด ชอบบบบ~
หมอโบนส์ก็รู้งานดีค่ะ อยากมอบโล่ให้ มันไม่ใช่เวลาใช่ไหมคะหมอ คึคึ ให้เพื่อนเขาคุยกัน

สป็อคน่ารักจังเบบี๋ cry


กล่องคอมเม้นน่ารักม๊ากกกกกกกมาก จนอยากจะนั่งพิมพ์มันทั้งวัน ฮ่าๆๆ

ปล. รู้สึกจะมีแต่คำว่า น่ารักๆๆๆๆ เต็มไปหมด ก็สป็อคน่ารักนิคะ มันสมเหตุสมผลแล้ว กรี๊ดดด~ << บ้า


#4 By blank on 2009-05-31 09:10

ตามมาอ่านอีกคน แอร๊ยยย >__<
ละลายไปกับความน่ารักของสป็อค (+ ชอบภาพที่กล่องคอมเมนต์จัง)
อา น่ารัก สป็อคซึนอย่างน่ารัก เหอเหอเหอเหอเหอ

#5 By อีฟ on 2009-06-01 02:36

แวะมารดน้ำค่ะ ><
ยังไม่ได้ดู star trek เลย

#6 By *kao* ตายสนิท on 2009-06-02 22:42

แอร๊ย!!! สป๊อคน่ารักมากมายค่า (เิมินอีตาเคริ์กไปสักพัก) เปิดเข้าไปเลย เปิดเ้ข้าไปเลย!!!!

"เอาเหอะ ช่างมันละกัน" ---> เท่มากพ่อแม็กคอย!!!!

ปล. ขอ add Blog นะค้า

#7 By ฺBear-killer on 2009-06-07 19:26

คับผม ยินดีค้าบ

ซับตอน 10 อาจจะมีพิมพ์ผิดบ้างนะคับ

พอดีช่วงแปลผมมึนๆยานิดๆ พอดีตอนนั้นป่วยเล็กน้อยค้าบ แหะๆ ขออภัยจ้า

#8 By YakuzaInLove on 2009-06-13 18:51

อ่านไปแล้วรอบนึง ไม่ได้เม้นท์
ไปดูหนังมาก แล้วมาอ่านอีกรอบ

อ๊ากกกกกก น่ารักเกินไปแล้ว สป๊อคผิดกฏ เกิดมาน่ารักขนาดนี้ได้ยังไง
ชอบภาษามากๆ ชอบรายละเอียดมากๆ
ชอบทุกอย่างเลย

อยากเห็นสป็อคเป็นพยาบาลให้กัปตันขึ้นอีด
อร๊ายยยยยย